ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ตร.คืนเงินกลุ่มผู้เสียหาย ถูกขบวนการคอลเซนเตอร์หลอก

อาชญากรรม
13:04
72
ตร.คืนเงินกลุ่มผู้เสียหาย ถูกขบวนการคอลเซนเตอร์หลอก
อ่านให้ฟัง
03:23อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตำรวจคืนเงินกลุ่มผู้เสียหายถูกขบวนการคอลเซนเตอร์หลอก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ขณะที่ ยอดแจ้งความยังทรงตัวอยู่ที่ 1,100 คดีต่อวัน

วันนี้ (29 ส.ค.2568) ผู้เสียหาย ซึ่งถูกกลุ่มคอลเซนเตอร์หลอกให้โอนเงิน 5 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เข้ารับเช็กเงินคืนจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ตามปฏิบัติการ "MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน"

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ผลการกวาดล้างเครือข่ายคอลเซนเตอร์ ระงับบัญชี และติดตามเงินคืนผู้เสียหาย ตั้งแต่เปิดศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซนเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศกค.ตร.) "Warroom IAC" เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถปราบปรามเครือข่ายคอลเซนเตอร์ อายัดเงินของผู้เสียหายทั้งบัญชีธนาคารและคริปโตเคอเรนซี ได้รวดเร็วและเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 4 - 28 ส.ค.2568 มีจำนวนเคสที่นำเข้าวอร์รูม 426 เคส มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 225 ล้านบาท ล่าสุดสามารถติดตามเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินเพิ่มเติมได้อีก จำนวน 5 คน จำนวนเงินกว่า 2,000,000 บาท

1 ใน 5 ผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตข้าราชการ เปิดเผยว่า ตัวเองรับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งว่าตัวเองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และจะต้องโอนเงินที่มีอยู่ในบัญชีทั้งหมดประมาณ 500,000 บาท ให้กลุ่มที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ตรวจสอบ รวมถึงค่าทนายความในการชี้แจงความบริสุทธิ์ อีกประมาณ 100,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นมิจฉาชีพยังแจ้งให้โอนเงินอีก 100,000 บาท แต่ตัวเองไม่มีเงิน ประกอบกับเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจและธนาคาร

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์กลุ่มคอลเซนเตอร์ขณะนี้ยังคงมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความผ่านระบบ รับแจ้งความของตำรวจเฉลี่ยวันละ 1,100 คดี ความเสียหายอยู่ที่ 80-100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทรงตัว แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ยกระดับมาตรการทุกด้านโดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นสถาบันการเงิน และ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือเพื่อให้สามารถติดตามอายัดเงินและติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งแม้ว่าจำนวนคดีจะยังไม่ลดลงแต่การจับกุมผู้ต้องหาและคืนเงินผู้เสียหายขณะนี้พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

อ่านข่าว : เปิด 2 แนวทางคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียง ชี้ชะตา นายกฯ แพทองธาร

เปิดสถิติ ไทย - ญี่ปุ่น ก่อนดวลรอบ 16 ทีม ศึกชิงแชมป์โลก 2025

สภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ฉบับใหม่ 377 เสียงท่วมท้น