วันนี้ (29 ส.ค.2568) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือโดรน ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1-15 ก.ย.2568 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคง หลังมีประกาศฉบับที่ 4 ซึ่งมีผลบังคับใช้ 15-31 ส.ค.2568 พบว่า สถานการณ์ชายแดนโดยรวมเริ่มคลี่คลาย จึงผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถบินโดรนได้ทุกวัตถุประสงค์ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่กำหนด ซึ่งพื้นที่ที่ยังคงห้ามบินเด็ดขาด ได้แก่
5 จังหวัดชายแดนที่ประกาศกฎอัยการศึก หรือมีการวางกำลังภาคพื้น ได้แก่ สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี (ปรับลดพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ตราด)
พื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี, อ.เมือง จ.ระยอง, อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี
พื้นที่ในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบิน โดยเพิ่มพื้นที่สนามบินโคกกระเทียม จ.ลพบุรี และสนามบินประจวบฯ พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติม

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขสำคัญในการบินโดรน คือ ต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนและทะเบียนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินให้ถูกต้อง, ต้องยื่นคำขออนุญาตและแจ้งพื้นที่ วันเวลา และวัตถุประสงค์การบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบ UAS Portal (uasportal.caat.or.th) และแจ้งการปฏิบัติการต่อศูนย์ต่อต้านอากาศซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) อีเมล: antidrone.police@gmail.com
หากทำการบินนอกเหนือเวลา 06.00-18.00 น. จะต้องขออนุญาตจาก CAAT และห้ามทำการบินช่วงเวลา 00.01-04.00 น. ทุกกรณี, การปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 17 ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ.2558
หรือข้อ 21 ของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม พ.ศ.2567 แล้วแต่กรณี ให้ขอยื่นขออนุญาตเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th
สำหรับโดรนของราชการทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักข่าวกรองฯ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่
ทั้งนี้ เฉพาะโดรนของศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ หากมีการบินในพื้นที่ห้ามบิน ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่าน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th และ ศบตอ.น. antidrone.police@gmail.com และหน่วยงานความมั่นคงที่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง
หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง ที่ฝ่าฝืนประกาศนี้ ให้แจ้งข้อมูล ได้แก่ วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้
กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-568-8851 หรืออีเมล uas_us@caat.or.th, ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) โทรศัพท์ 02-126-7846 หรืออีเมล antidrone.police@gmail.com, ศูนย์แจ้งเหตุใกล้พื้นที่ เช่น สถานีตำรวจท้องที่ หน่วยทหาร หรือหน่วยความมั่นคงที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ
ในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังมีประกาศเรื่องปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่า จำนวนโดรนที่ขอขึ้นทะเบียนกับ CAAT อยู่ที่ 7,785 ลำ เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดือน ก.ย.2567-ก.ค.2568 และจำนวนผู้บังคับโดรนที่มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม ซึ่งทั้งหมดคือโดรนเพื่อการเกษตร ขึ้นทะเบียนกับ CAAT อยู่ที่ 8,349 คน เพิ่มขึ้นมากถึง 100 เท่า
อ่านข่าว : โฆษก ทบ.ย้ำไทยไม่ปิดโอกาสตอบโต้ทหารเขมรรุกล้ำวางทุ่นระเบิด
ทบ.เปิด “โทษ” กฎอัยการศึก บ้านหนองจาน ป้องกันเขมรป่วน
กองทัพเตรียมสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกหลักเขตที่ 50-51
แท็กที่เกี่ยวข้อง: