วันนี้ (29 พ.ย.2568) กองทัพภาคที่ 1 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก กองกำลังบูรพา มีผู้ลักลอบข้ามมาฝั่งไทยและเหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ
จากการตรวจสอบ พบว่าเมื่อเวลา 05.50 น. เจ้าหน้าที่ ตชด.สังกัดร้อย ฉก.ตชด.4 ได้ยินเสียงระเบิดดังบริเวณป่าละเมาะห่างจาก ถ.ศรีเพ็ญ ประมาณ 80-90 เมตร หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 จึงได้นำโดรนขึ้นตรวจสอบประเมินสถานการณ์ พบชายชาวต่างชาติ ได้รับบาดเจ็บคาดว่าเหยียบกับระเบิดและร้องขอความช่วยเหลือด้วยภาษาอังกฤษ จึงได้นำทีมชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด
โดยหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมที่ 1 (นปท.1) เข้าปฏิบัติการให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร และ ตชด. เฝ้าระวังป้องกันและรักษาความปลอดภัย และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโคกสูง อ.โคกสูง
จ.สระแก้ว
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบพาสปอร์ต ชื่อนาย SHI JINGUI ชาวจีน มณฑลยูนนาน อายุ 26 ปี คาดว่าน่าจะลักลอบข้ามแดนมายังฝั่งไทย
โดยพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ปนเปื้อนระเบิดบ้านหนองจาน ที่ยังอยู่ระหว่างปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของฝ่ายไทย ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสระแก้วเข้าดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ทบ.ชี้สะท้อนปัญหาทุ่นระเบิดชายแดนชี้กัมพูชายังวางต่อเนื่องไม่ร่วมมือเก็บกู้
สำหรับรายละเอียดพื้นที่เกิดเหตุ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า จุดดังกล่าวตั้งอยู่ในแนวพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย ห่างจากถนนศรีเพ็ญประมาณ 90 เมตร และเป็นพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดที่ฝ่ายไทยกำลังดำเนินการเก็บกู้ตามแผน โดยที่ผ่านมาเคยตรวจพบทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ดังกล่าว
หากพิจารณาจากสภาพพื้นที่ จะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดตลอดแนวชายแดนในลักษณะขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไทยและกระทบต่อประชาชน ไม่เฉพาะจุดนี้เท่านั้น แต่ยังพบได้ทั่วไปตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งนี้ ทุ่นระเบิดที่พบในเหตุการณ์ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือประชาชนไทยไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้
พลตรี วินธัย กล่าวต่อว่า ฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดประกอบการปฏิบัติทางยุทธวิธีมาตั้งแต่ในอดีต และในปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ตามแบบทางยุทธวิธีดั้งเดิม ปัจจุบันจึงพบหลักฐานการใช้ทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 ซึ่งเป็นชนิดใหม่จำนวนมาก เพื่อใช้เป็นอาวุธลอบทำร้ายและขัดขวางฝ่ายตรงข้าม
ที่สำคัญคือกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวา และได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจากนานาชาติเพื่อใช้ในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด แต่กลับไม่แสดงความร่วมมือในการเก็บกู้ตามแนวชายแดนร่วมกับฝ่ายไทย แม้ไทยจะยื่นข้อเสนอผ่านเวทีการประชุมทวิภาคีหลายครั้งก็ตาม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาเข้าไปขัดขวางการปฏิบัติงานเก็บกู้ของฝ่ายไทยในหลายพื้นที่อีกด้วย
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของทุ่นระเบิดที่ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย ไม่เลือกว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือนของประเทศใด ขณะเดียวกันยังชี้ให้เห็นถึงความไร้ความรับผิดชอบของกัมพูชาในการร่วมกันแก้ไขปัญหา อีกทั้งหลักฐานจำนวนมากบ่งชี้ถึงการใช้ทุ่นระเบิดใหม่อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าข้อมูลข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยได้จัดทำและส่งให้องค์กรระหว่างประเทศจะถูกนำไปใช้ในการพิจารณา และทำให้กัมพูชาต้องรับผลจากการกระทำอันรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้
อ่านข่าว :
“กองทัพเรือ” ระบุวางหมุดอ้างอิงชั่วคราวไทย-เขมร เรียบร้อย
กองทัพไทยเปิดผลสอบ AOT ชี้ทุ่นระเบิดภูมะเขือเป็น PMN-2 ถูกฝังใหม่
"นายกฯ" ชี้ต้องมีคนรับผิดชอบ หลังทหารกัมพูชาจุดประทัดระหว่าง AOT ลงพื้นที่
