วันนี้ (30 พ.ย.2568) ผ่านมา 2 วันหลังเปิดให้ญาติติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตที่นิติเวช รพ.สงขลานครินทร์ ยังมีญาติเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง บางครอบครัวยังต้องแจ้งคนหาย ขณะที่บางครอบครัวไม่สามารถรับศพกลับไปได้ เพราะบ้านและพื้นที่ประกอบพิธียังไม่พร้อมจากความเสียหายของน้ำท่วม
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังตั้งโต๊ะรับแจ้งคนหาย และส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตที่แผนกนิติเวช รพ.สงขลานครินทร์ ตลอดทั้งวันมีญาติมาติดต่ออย่างต่อเนื่อง บางรายเห็นญาติถูกน้ำพัดหาย บางรายไม่สามารถติดต่อได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องสอบปากคำอย่างละเอียด เพราะข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อขั้นตอนพิสูจน์อัตลักษณ์และหลักเกณฑ์การเยียวยา
ตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้ มีร่างที่ถูกส่งมาที่โรงพยาบาลรวม 97 คน และทยอยส่งคืนญาติไปแล้วบางส่วน ขณะที่หลายครอบครัวยัง "ไม่พร้อมรับศพ" เนื่องจากบ้านเสียหายหนักหรือยังหาที่ประกอบพิธีไม่ได้ นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า แม้บางศพพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จแล้ว แต่ต้องเก็บรักษาไว้ก่อนตามความพร้อมของครอบครัว ส่วนตู้คอนเทนเนอร์แช่เย็นที่ติดตั้งเพิ่มเติมขณะนี้เพิ่มเป็น 7 ตู้ แต่ยังไม่มีการบรรจุร่างเพิ่มเติม
ขณะที่ ญาติผู้สูญหายเดินทางมาติดต่อที่จุดลงทะเบียนคนหาย บอกว่า เธอกับสามีพยายามออกจากบ้านคืนวันที่ 24 พ.ย. โดยฝ่ากระแสน้ำที่ระดับหน้าอก เพื่อไปขอความช่วยเหลือ แต่ระหว่างทางช่วงที่กำลังจับเชือกของเจ้าหน้าที่ เธอกับสามีได้พรากกัน ทำให้สามีไหลไปกับน้ำต่อหน้าต่อตา จึงมาแจ้งความคนหาย หวังว่าจะพบสามีอีกครั้ง
สธ.-ตร.ยังถกผ่าชันสูตร "ทุกศพ" จากเหตุน้ำท่วมหรือไม่
ส่วนประเด็นถกเถียงการ "ผ่าชันสูตรศพ" ในเหตุน้ำท่วม เกิดคำถามว่า จำเป็นต้องผ่าชันสูตรทุกกรณีหรือไม่ ? เพราะผู้เสียชีวิตบางรายไม่ได้จมน้ำโดยตรง แต่อาจเกิดจากเจ็บป่วย ขาดอาหาร หรือไฟฟ้าช็อต ซึ่งสาเหตุการตายมีผลต่อการเยียวยาตามกฎหมาย
แพทย์นิติเวชของกระทรวงสาธารณสุขเสนอว่า "ควรผ่าทุกศพ" ขณะที่นิติเวชตำรวจมองว่า "ผ่าเฉพาะกรณีจำเป็น" รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง การทำงานแบ่งบทบาทกันชัดเจน มีทีมปฏิบัติงานกว่า 20 ทีม ซึ่งเพียงพอต่อการเร่งสะสางคดีค้าง
ตำรวจเป็นผู้ชันสูตรศพหลักในสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่แพทย์นิติเวชจาก สธ. จะช่วยเร่งงานรองที่ค้างอยู่ เพื่อให้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตกลับสู่ครอบครัวได้เร็วที่สุด ขั้นตอนการพิสูจน์ศพยังเป็นไปตามมาตรฐาน รองปลัดย้ำว่า แม้การเยียวยาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการส่งคืนร่างให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีกรรม หากศพจากโรงพยาบาลอื่น มีสาเหตุการตายชัดเจน ก็อาจไม่จำเป็นต้องส่งมาชันสูตรเพิ่มเติม
อ่านข่าวอื่น :
"หาดใหญ่" ลุยทำความสะอาดหลังน้ำท่วม ขยะล้นทาง-น้ำไฟยังไม่ครบ











