ตุรกีพบผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 4 วัน
หน่วยกู้ภัยจากประเทศอาร์เซอร์ไบจันช่วยกันนำร่างของผู้รอดชีวิตรายล่าสุดออกจากซากอาคารในเมืองเออร์ซิส ผู้รอดชีวิตคนนี้เป็นชายวัยรุ่นอายุ 18 ปี เขาติดอยู่ใต้ซากอาคารมานานถึง 4 วัน นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว
ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยสามารถช่วยชีวิตคนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารขึ้นมาได้ทั้งสิ้น 186 คน ขณะที่ตัวเลขของผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดอยู่ที่ 535 คน บาดเจ็บ 2,300 คน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวทั้งที่เมืองวานและเมืองเออร์ซิสรวมกันมีมากถึง 700,000 คน ตอนนี้รัฐบาลตุรกีต้องการเต็นท์ 115,000 หลัง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย
และช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นเกิดแผ่นดินไหวรอบใหม่ในเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนด้านที่ติดกับอิรัก วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.4 ริกเตอร์ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองวานไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 200 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหายเพิ่มเติม เนื่องจากแนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นคนละเส้นทางกับแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้
ขณะที่รัฐบาลต่างชาติมากกว่า 30 ประเทศ ทยอยส่งความช่วยเหลือมายังตุรกี โดยความช่วยเหลือชุดแรกมาจากประเทศฝรั่งเศส ยูเครน และอิสราเอล ส่วนสิ่งของบรรเทาทุกข์ก็มีตั้งแต่เต็นท์, เครื่องทำความร้อน, อาหาร และผ้าห่ม เป็นต้น แม้ว่าจะมีการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์มาเรื่อยๆ แต่ผู้ประสบภัยในพื้นที่เริ่มวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่าแจกจ่ายความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง มิหนำซ้ำชาวบ้านบางคนตัดสินใจกลับเข้าไปอาศัยในบ้านของตัวเอง โดยไม่สนใจคำเตือนของเจ้าหน้าที่ที่เกรงว่าอาคารอาจจะพังถล่มลงมา
แผ่นดินไหวในครั้งนี้ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนเกือบหมื่นหลังพังถล่มลงมา รัฐบาลตุรกีประกาศแล้วว่าจะสอบสวนบริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้างอาคารเหล่านี้ว่าสร้างได้มาตรฐานหรือไม่
ส่วนที่ประเทศอิตาลี ชาวเมืองมอนเตรอสโซ่ ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนและร้านค้าที่เผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน สูญหาย 6 คน
นอกจากนี้ น้ำท่วมในครั้งนี้ยังพัดพาเอาโคลนมาด้วย สร้างความเสียหายให้กับถนนและสะพาน หมู่บ้านหลายแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ตอนนี้กองทัพอิตาลีได้ระดมกำลังทหารร้อยนาย และใช้เฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ เพื่อค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามพื้นที่ต่างๆ
ส่วนที่เม็กซิโก ชาวเมืองแคนคูนที่เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับพายุเฮอริเคนต่างก็โล่งอก เมื่อพายุเฮอริเคนริน่าได้อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ซึ่งคาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งในเย็นวันพฤหัสบดีหรือไม่ก็เช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะเคลื่อนลงสู่ทะเล แต่เพื่อความไม่ประมาท หน่วยงานราชการหลายแห่งได้ปิดทำการไปแล้ว ขณะที่โรงเรียนที่อยู่ตามแนวชายฝั่งก็ระงับการเรียนการสอนเช่นกัน นักท่องเที่ยวประมาณหมื่นคนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศหรือไม่ก็ไปเที่ยวที่อื่น ซึ่งตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเหลืออยู่ในเขตพายุเพียง 1,719 คนเท่านั้น
