ซีพีเอฟซื้อธุรกิจใหญ่ในจีนและเวียดนามผลักยอดขายโตทันที 50%

เศรษฐกิจ
05:14
จำนวนผู้ชม 60
Thai PBS
ซีพีเอฟซื้อธุรกิจใหญ่ในจีนและเวียดนามผลักยอดขายโตทันที 50%

ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เติมวิสัยทัศน์เป็น“ ครัวของโลก” คาดหลังเข้าซื้อยอดขายเติบโตทันที 50 %

คณะกรรมการบริษัทซีพีเอฟได้มีมติอนุมัติเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาให้ซีพีเอฟและบริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้นจำนวน 74.18 % ของ C.P.Pokphand Co., Ltd. หรือ CPP ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ภายใต้รหัสหลักทรัพย์เลขที่ 43 โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน ธุรกิจหลักของ CPP แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจในประเทศจีน และธุรกิจในประเทศเวียดนาม (C.P.Vietnam Corporation หรือ CPV)

สำหรับธุรกิจในประเทศจีนนั้น CPP มีธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจอาหารสัตว์ภายใต้ชื่อ “เจียไต๋” ที่เป็นตราสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้สินค้าในประเทศจีนเป็นเวลากว่า 30 ปีโดย CPP มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศใน 28 มณฑลและเขตการปกครองทั่วประเทศจีน ซึ่งธุรกิจอาหารสัตว์นี้คิดเป็นประมาณ 95% ของยอดขาย CPP รายงานผลการดำเนิงานรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งมียอดขายจำนวน 1,191 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 36,325 ล้านบาท) มีกำไรสุทธิจำนวน 64 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1,952 ล้านบาท) โดยผลการดำเนินงานนี้ยังไม่ได้รวมผลการดำเนินงานของ CPV ในประเทศเวียดนาม

สำหรับธุรกิจในประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 CPP ได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 70.82% ของหุ้นทั้งหมดของ CPV ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรครบวงจรในประเทศเวียดนาม CPV ได้รายงานผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งมียอดขายจำนวน 648 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 19,764 ล้านบาท) มีกำไรสุทธิจำนวน 97 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 2,958 ล้านบาท)

บริษัทมีมติเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณามูลค่าการเข้าซื้อหุ้น CPP จำนวนไม่เกิน 18,792,774,153 หุ้น หรือคิดเป็น 74.18 % ของหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วของ CPP ในราคาหุ้นละ 0.90 เหรียญฮ่องกง (หรือประมาณ 3.53 บาท) จาก Orient Success International Limited, Worth Access Trading Limited และ CPI Holding Company Limited ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณไม่เกิน 2,174 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 66.3 พันล้านบาท) โดยบริษัทจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวนประมาณ 694 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 30 บาท และจะชำระเป็นเงินสดจำนวนประมาณ 1,491 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณไม่เกิน 45.5 พันล้านบาท) ซึ่งผลจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะทำให้ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเดิม 7,520 ล้านหุ้น เป็น 8,214 ล้านหุ้น ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติให้ลดทุนจากหุ้นที่บริษัทซื้อคืนจำนวนประมาณ 471 ล้านหุ้น ดังนั้น ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของบริษัทหลังการเข้าทำรายการครบถ้วนจะมีจำนวนประมาณ 7,743 ล้านหุ้น หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3 % เท่านั้น

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศจีนและเวียดนามที่มีโอกาสเติบโตในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในอัตราที่สูง และจากการศึกษาโดยที่ปรึกษาทางการเงินกรณีที่สมมติหรือเปรียบเสมือนว่าบริษัทได้ทำรายการนี้ตั้งแต่ต้นปี 2554 (Pro Forma Study) จะทำให้ผลการดำเนินงานของซีพีเอฟสำหรับรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ ก็จะมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 % และกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 %

ซีพีเอฟเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะทำให้บริษัทสามารถขยายฐานในการทำธุรกิจเข้าไปยังประเทศจีนและประเทศเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและธุรกิจเกษตรค่อนข้างสูง ทั้งยังมีประชากรที่หนาแน่น มีอัตราการเติบโตด้านการบริโภคและกำลังซื้อที่สูงอย่างต่อเนื่องในอนาคต อีกทั้งบริษัท CPP และ CPV ก็เป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจในประเทศจีนและเวียดนาม ผลการดำเนินงานในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของที่ดี โดย CPP มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีของรายได้สุทธิประมาณ 32 % และ CPV มีอัตราเติบโตประมาณ 20%
ผลจากการเข้าซื้อธุรกิจในครั้งนี้ จะทำให้ซีพีเอฟเป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในประเทศไทย ในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมไปสู่ 12 ประเทศทั่วโลก รองรับการบริโภคของประชากรกว่า 3 พันล้านคนและยอดขายปีหน้าเติบโตอย่างน้อย ทันที50 %