วันนี้ (29 ธ.ค.2568) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงปฏิบัติทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ Black Mirror TKP ซึ่งเป็นการขยายผลบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินจากเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้คือ นายบุญฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) พรรคประชาชน โดยได้ของกลางที่จับกุมได้ในเครือข่ายนี้ ทั้งอาวุธปืน เงินสด และทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง อย่างเช่นกีตาร์และตุ๊กตาหรู
โดยคดีนี้เป็นการขยายผลการจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดชาวลาวในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติลาวได้ 3 คน ยึดของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 658 กิโลกรัม และยาบ้า 116,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจนพบว่า คดีดังกล่าวมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดอีก 7 คดีที่ทางตำรวจจับกุมได้ในห้วงปี 2568 ที่ผ่านมา
ที่สำคัญ ทั้ง 8 คดีมีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายบริษัท TKP รวม 4 บริษัท โดย พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ทั้ง 4 บริษัทได้จดทะเบียนทำธุรกิจเกี่ยวข้องในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องขนส่ง เรื่องขายน้ำมัน และการเทรดหุ้น จดทะเบียนโดยใช้ที่อยู่ที่เดียวกัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนพบพิรุธว่า ทั้ง 4 บริษัทนี้มีลักษณะการจดทะเบียนโดยใช้กรรมการกับผู้ถือหุ้นไขว้กัน พบเงินหมุนเวียนทั้ง 4 บริษัทในช่วงปี 2567-2568 กว่า 20,000 ล้านบาท ตกเฉลี่ยเดือนละ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่รายได้หมุนเวียนไม่สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจหรือผลประกอบการของกิจการ
ขณะเดียวกันยังพบว่า ทั้ง 4 บริษัทมีบัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชีและพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับการรับ-โอนเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ขนยาเสพติดหรือพวกคนยาเสพติดไปยังต่างประเทศ ซึ่งจากหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจนว่า เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เลยทำให้พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 7 คน แบ่งเป็นชาวไทย 3 คน และชาวลาว 4 คน ในข้อหาฟอกเงินฯ
นั่นจึงทำให้ในวันนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจึงได้เปิดปฏิบัติการดังกล่าวในพื้นที่ 22 จุด ทั้งในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี และตรัง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน แบ่งเป็นชาวไทย 3 คน และชาวลาว 1 คน รวมทั้งยึดอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ เงินสดจำนวน 1,500,000 บาท , บ้านพร้อมที่ดิน 8 หลัง , อาคารชุด 12 ห้อง , รถยนต์ 6 คัน , รถจักรยานยนต์ 1 คัน , อาวุธปืน 18 กระบอก , และทรัพย์สินอื่น ๆ กว่า 211 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 216 ล้านบาท ซึ่งจะได้ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินให้ ปปง. ตรวจสอบและอายัดติดต่อไป
โดยหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับและจับกุมได้ในวันนี้ คือ นายบุญฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย ยกเว้นแขวงศิริราช) พรรคประชาชน ซึ่ง พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า มีพฤติการณ์เป็นกรรมการบริษัทของ 1 ใน 4 บริษัทเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการโอนเงินไปยังขบวนการค้ายาเสพติดเช่นเดียวกัน
ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างยาวนานแล้ว เมื่อพยานหลักฐานชัดเจน จึงได้ดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับก่อนการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง โดยยืนยันว่า ทางตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายและเพิ่งทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนที่ใช้สิทธิ์ในการลงรับสมัครเลือกตั้ง จึงไม่อยากให้มองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับองค์กรการเมืองใด ๆ หรือไปเชื่อมโยงกับทางการเมือง ตำรวจได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี ซึ่งชัดเจนว่ามีส่วนกระทำความผิด
แต่ถึงกระนั้น ผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะชี้แจงและให้การต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ โดยเฉพาะกรรมการบริษัทว่า หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ก็สามารถชี้แจงกับตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ ทางตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพียงแต่ตำรวจทำตามหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน จนเป็นเหตุน่าเชื่อว่า มีการกระทำความผิดจริง ทั้งนี้ หากพบพยานหลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดในข้อหาอื่น ก็จะดำเนินการแก้ข้อหาเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนคดีนี้จะดำเนินการสืบสวนขยายผลต่อไปให้ถึงตัวระดับผู้สั่งการขนยาเสพติดหรือตัวการใหญ่ที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่สั่งการให้ปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดเต็มรูปแบบ
โดยเฉพาะการขยายเส้นทางการเงินไปถึงฟอกเงินจากคดียาเสพติดที่มาในลักษณะของนิติบุคคลนอมินีที่รับจดทะเบียนบริษัทเพื่อฟอกเงิน ซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลของคดีประเภทนี้เอาไว้ เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนสอบสวนในอนาคตและหาทางร่วมตรวจสอบบริษัทที่ต้องสงสัยกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ ปปง. ต่อไป
อ่านข่าว :
ปชน.ยันผู้สมัคร สส.กทม.ถูกออกหมายจับ เร่งเปลี่ยนตัวผู้สมัครให้ทัน 31 ธ.ค.
ปส.บุกจับ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน เอี่ยวฟอกเงินยาเสพติด 2 หมื่นล้าน










