หากส่องความสดใสของผู้อาสาหน้าใหม่เป็นตัวแทนประชาชน หวังเข้าไปนั่งเก้าอี้ สส.เขตในสภา ทั้งเขตเมืองหลวงและต่างจังหวัด จะเห็นได้ว่า สมรภูมิเลือกตั้งรอบนี้ มีหลากหลายกลุ่ม ไม่ใช่แค่ "บ้านใหญ่-บ้านใหม่" ตระกูลการเมืองท้องถิ่น แต่ยังมี New Gen หน้าใหม่การเมืองผสมกลมกลืนลงพื้นที่หาเสียงร่วมกันได้ไม่ขัดเขิน แม้จะเกิดต่างยุคต่างสมัยกันก็ตาม
ไม่ว่าจะเป็น วีร์ ศรีวราธนบูลย์ หรือ ‘วี’ ศิลปินฮิปฮอป ผู้สมัคร สส.เขตพระโขนง-บางนา พรรคประชาธิปัตย์ “ฝ้าย” ภัณฑิรา มั่นสัมฤทธิ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน “บี” ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย และ “พลอย” ณัฐธิดา เล็กอุดากร ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รวมทั้งผู้สมัครหน้าใหม่เขตพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งมีโอกาสสูงสำหรับ Gen Z ในการแจ้งเกิดบนถนนสายการเมือง ในการเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ.2569
เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของ “ประชาธิปัตย์” พรรคเก่าแก่ที่สุดของไทย อายุ 80 ปี ในยุคที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคฯอีกรอบ ได้เปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่จำนวนมาก เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนลุคจากอนุรักษ์นิยม ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ตามมอตโต “ALL gens one future” จะรุ่นไหนก็รักประเทศไทยเหมือนกัน
“วีร์ ศรีวราธนบูลย์” หรือ วีร์ BADBITCHBKK วัย 26 ปี เป็นความสดใสที่ค่ายฟ้าส่งสู้ศึกเลือกตั้งในเขต 17 เธอจบศึกษาระดับปริญญาตรีที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักกีฬาเพาะกายและเป็นนิสิตหญิงคนแรกของคณะฯที่ได้รับรางวัล เหรียญเงิน กีฬายกน้ำหนัก–รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม และเหรียญทอง กีฬายกน้ำหนัก–รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 65 กิโลกรัม ในการแข่งขัน จุฬาฯเฟรชชี่เกมส์ ปี 2018 ที่มีการบรรจุกีฬายกน้ำหนักในจุฬาฯ เฟรชชี่เกมส์
นอกจากเป็น ศิลปินฮิปฮอป แล้ว “วีร์” ยังเป็นนักสื่อสาร และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ในฐานะคน กทม.รุ่นใหม่โดยกำเนิด ได้มีโอกาสคลุกคลีกับทีมทำงานนโยบายพรรคฯ และเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มแร็ปเปอร์หญิง Bitchersweet ครั้งนี้เธอเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นงานเพลงแร็ป ด้วยการนำนโยบายพรรคฯทั้งหมดมาร้องเพลง ลงในทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มด้วย
กว่าจะฝ่าด่านการคัดเลือก 150 คนผู้สมัคร สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ จนเหลือว่าที่ผู้สมัคร 33 คน ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ วีร์ ศรีวราธนบูลย์ สามารถผ่านเข้ามาได้จากคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่ได้มีเส้นสายทางการ เมือง หรือมีตระกูลการเมืองเป็นต้นทุน แต่ใช้ความเป็นคนรุ่นใหม่สื่อสารกับคนวัยเดียวกันให้เข้าใจวัฒนธรรมร่วมสมัย
ส่วนค่ายส้ม พรรคประชาชน ส่งคนรุ่นใหม่ “ฝ้าย” ภัณฑิรา มั่นสัมฤทธิ์ เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จบการศึกษากียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านการอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้หญิงสู่การเป็นผู้นำทางการเมือง WEPLA: Women’s Empowerment and Political Leadership Academy
ส่วนประวัติการทำงาน ก่อนหน้านี้ “ฝ้าย” ภัณฑิรา ทำงานที่ WeVis: We Visualize data for Democracy องค์กรเทคโนโลยีภาคประชาชน ที่ส่งเสริมให้ประชาชนกลับมามีบทบาทในการเมืองผ่านเทคโนโลยีและข้อมูลเปิด (Open Data) WeVis เชื่อว่าข้อมูลเปิดและเทคโนโลยี สามารถทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมือง การเลือกตั้ง และประชาธิปไตยได้ WeVis จึงรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้ประชาธิปไตยเปิดกว้างและโปร่งใสยิ่งขึ้น
ค่ายแดง พรรคเพื่อไทย ส่ง “บี” ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ทายาทการเมืองของ “วิชาญ มีนชัยนันท์” อดีตสส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ลงแทน
ขวัญจิรา เคยให้สัมภาษณ์ว่า ตัดสินใจลงสมัครเพราะต้องการเข้ามาสานงานต่อจากคุณพ่อ และการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการแข่งขันกันที่เข้มข้นมาก ในพื้นที่คาดว่าจะมีผู้สมัครทุกพรรคลงหาเสียง แต่ไม่ประมาท ทุกวันนี้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรมีนบุรี ออกหน่วยให้บริการประชาชนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด
ขณะเดียวกันก็เดินหน้าผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการบริการของภาครัฐ ทั้งการต่อยอดบัตรทอง การฟอกไต และการทำโครงการบ้านพักใจ
และค่ายน้ำเงิน ส่งลูกไม้ใต้ต้น ตระกูลเล็กอุดากร “น้องพลอย” ณัฐธิดา เล็กอุดากร วัย 25 ปี บุตรสาวของ ภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ หลานชาย ของครูใหญ่ ภูมิใจไทย “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ลงสมัครแทน “นก” ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ขยับลงสส.บัญชีรายชื่อ
ณัฐธิดา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และปริญญาโท จากประเทศอังกฤษ โดยเข้ามาช่วยงานการเมืองในช่วงที่บิดาเป็นนายก อบจ.บุรีรัมย์ ก่อนจะตัดสินใจลงสมัคร สส.บุรีรัมย์ ในการเลือกตั้งปี 2569
ถือเป็นการลงสู่สนามการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ “น้องพลอย” ณัฐธิดา ได้มีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และมีฐานคะแนนท้องถิ่นของบิดาเป็นทุนเดิมและผู้นำชุมชนในพื้นที่อยู่แล้ว จึงเป็นอีก สส.ตัวเต็งหนึ่งของภูมิใจไทยที่คาดว่าจะฉลุยเข้าสู่สภาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการได้ฐานคะแนนจากคนรุ่นใหม่
สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 คาดการณ์ว่า จะมีนิวโหวตเตอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านเสียง จึงไม่แปลกหากทุกพรรคการเมืองจะต้องขยับปรับลุคและแคมเปญหาเสียง เพื่อหวังเจาะฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่จาก Gen Z และ Gen Alpha ที่มีแนวคิดทางการเมืองต่างจากกลุ่มคนเจนอื่น ๆ เพื่อชิงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ให้ได้มากที่สุด
เทียบฟอร์ม 5 แม่ทัพนำศึก ชิงเก้าอี้ สส.กทม. สนาม "วัดใจคนเมืองหลวง"
ประชุม UNSC เดือด! จีน-UN ประณามสหรัฐฯ จับกุมมาดูโร ผิด กม.ระหว่างประเทศ
สนามเลือกตั้งภาคใต้ 3 พรรคใหญ่ชิงดำ











