ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ประท้วงต้านเจ้าหน้าที่ ICE ในมินนิโซตายังเดือด "ทรัมป์" ขู่ใช้ทหารคุม

ต่างประเทศ
06:35
470
ประท้วงต้านเจ้าหน้าที่ ICE ในมินนิโซตายังเดือด "ทรัมป์" ขู่ใช้ทหารคุม
การประท้วงต้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในรัฐมินนิโซตา ยังคงตึงเครียด ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้กฎหมายปราบจลาจล เปิดทางส่งทหารเข้าคุมสถานการณ์

สถานการณ์การชุมนุมประท้วงต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (ICE) ในรัฐมินนิโซตา จากกรณีการยิงเรเน กู๊ด หญิงวัย 37 ปีเสียชีวิตในรถกลางถนน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงตึงเครียด

ผู้ประท้วงตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ ระบุว่าคุกคามประชาชนและประณามการกระทำรุนแรง รวมถึงปกป้องเจ้าหน้าที่ ICE ที่ทำร้ายประชาชน เหตุวุ่นวายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยิงประชาชนได้รับบาดเจ็บที่ขาอีก 1 คน เป็นชาวเวเนซุเอลาที่รัฐบาลระบุว่าพยายามหลบหนีระหว่างเจ้าหน้าที่สั่งให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ โดยเหตุเกิดที่เมืองมินนิอาโพลิสเช่นกัน ทำให้เกิดการประท้วงวุ่นวายขึ้นมาอีกระลอก

"ทรัมป์" ขู่ใช้ทหารคุมมินนิโซตา

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความ ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ว่า จะนำกฎหมายปราบจลาจล (Insurrection Act) มาใช้ เพื่อเปิดทางให้สามารถส่งกองกำลังทหารเข้าไปยังรัฐมินนิโซตาได้ หลังจากก่อนหน้านี้ ได้สั่งการได้ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเกือบ 3,000 นายเข้าไปในพื้นที่มินนิอาโพลิส โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ ที่ลาดตระเวนตามท้องถนนของเมือง พร้อมสวมชุดลายพรางแบบทหารและหน้ากากปิดบังใบหน้า

กฎหมายปราบปรามการจลาจลปี 1807 (Insurrection Act of 1807) เป็นกฎหมายที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถส่งกำลังทหาร หรือโอนอำนาจการสั่งการ National Guard มาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางเพื่อปราบปรามการก่อกบฏได้ ถือเป็นข้อยกเว้นของกฎหมายที่ห้ามมิให้ใช้ทหารในการบังคับใช้กฎหมายแพ่งหรือกฎหมายอาญา

ข้อมูลจากศูนย์ยุติธรรมเบรนแนน (Brennan Center for Justice) แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ระบุว่ากฎหมายนี้ถูกนำมาใช้แล้ว 30 ครั้งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยศาลสูงสุดเคยตัดสินว่าประธานาธิบดีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดว่าสถานการณ์นั้นเข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติแล้วหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ในมินนิโซตา ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนรีพับลิกันเสียงแตก ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ชี้ว่า ชาวรีพับลิกัน ร้อยละ 59 เห็นด้วยกับนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเป็นอันดับแรกแม้ว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บก็ตาม ขณะที่ร้อยละ 39 กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ควรให้ความสำคัญกับการไม่ทำร้ายประชาชนแม้จะหมายถึงการจับกุมได้น้อยลงก็ตาม

"ระงับวีซา 75 ประเทศ -มาตรการภาษีทรัมป์"เผือกร้อนโลก "ล้อมรอบ" ไทย

นานาชาติเตือนพลเมืองอพยพจากอิหร่าน หลังประท้วงหนักเสียชีวิตเกิน 3,400 คน