วันที่ 22 ม.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง พ.ศ.2569
ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้การประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง ต้องจัดให้มีผู้ควบคุม เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำ ควบคุม กำกับและดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายหรือสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณแนวปะการัง
ทั้งนี้ ให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีอำนาจกำหนดหลักสูตร คุณสมบัติ เงื่อนไขการฝึกอบรม การออกบัตรประจำตัวผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุม และการเพิกถอนการเป็นผู้ควบคุมหรือการเป็นผู้ช่วยผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืนประกาศ หรือขาดคุณสมบัติตามที่อธิบดีฯ กำหนด เพื่อให้การคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (23 ม.ค.2569)
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า มาตรการควบคุมการดำน้ำที่ออกมาเป็นกฎหมายนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบในการควบคุมผลกระทบต่อทรัพยากรทางธรรมชาติ
การลงดำน้ำของนักท่องเที่ยว จะต้องมีผู้ควบคุมการดำน้ำ ทั้งสกูบา สน็อกเกิล และฟรีได์ฟ เพื่อช่วยดูแลนักท่องเที่ยวและร่วมรับผิดชอบ หากนักท่องเที่ยวก่อปัญหาจะต้องสั่งหยุดกิจกรรมทันที แต่ไม่ได้มีบทลงโทษทางอาญาต่อนักท่องเที่ยว ยกเว้นกรณีหักปะการัง หรือกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ
สำหรับผู้ควบคุมการดำน้ำจะต้องผ่านการอบรม และมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ หากควบคุมได้ไม่ดีจะถูกถอดใบอนุญาต เช่นเดียวกับบริษัทที่ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำ ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการดำน้ำทุกครั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและความผิดทางอาญา ส่วนนักท่องเที่ยวหากไม่ดำเนินการตามกฎระเบียบ หรือดำน้ำอย่างไม่รับผิดชอบ ทางบริษัทฯ จะต้องยกเลิกกิจกรรม และนำตัวขึ้นมาจากน้ำทันที
ทั้งหมดเพื่อให้การท่องเที่ยวยั่งยืน เราพยายามอนุรักษ์อย่างไม่สร้างความขัดแย้ง โดยเร่งประชาสัมพันธ์ อบรมผู้ควบคุมการดำน้ำ และกำกับดูแล เริ่มบังคับใช้ปีนี้เป็นปีแรก
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยอมรับว่า การตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงเป็นเรื่องยาก แต่อยากให้ทุกคนช่วยกันเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งแต่เดิมการกำกับดูแลจะกำหนดเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติเท่านั้น เนื่องจากใช้ พ.ร.บ.อุทยานฯ แต่กฎหมายใหม่นี้จะกำกับเชิงคุณภาพของการท่องเที่ยวดำน้ำนอกพื้นที่อุทยานฯ โดยใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาตรา 22
ทะเลกว้างใหญ่ เราไม่ได้วางแผนจะคุมเชิงพื้นที่ แต่จะคุมโดยคุณภาพของกิจกรรมและการประกอบการ
สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมประกอบด้วยภาคทฤษฎีระยะเวลารวมไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง จำนวน 8 บทเรียน เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับระบบนิเวศแนวปะการัง, ความเปราะบางและแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรปะการัง, กฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องฯ และมาตรฐานของการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ ส่วนการฝึกภาคปฏิบัติระยะเวลารวมไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
อ่านฉบับเต็ม ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง พ.ศ.2569
อ่านข่าว :
ทบ.คุมเข้มชายแดน ปราบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
บุก "ฐานสแกมเมอร์" ชายแดนช่องจอม พบจัดฉากเป็น ตร.-หน่วยงาน
"ทนายแก้ว" แถลงขอโทษ ยอมรับกอด-จูบนักศึกษา 18 ปี บอกคิดน้อย-ขาดสติ
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











