ผลสำรวจคะแนนนิยมยังคงสูสี สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สงขลา ระหว่างนายจุรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครจากพรรคประธิปัตย์ ที่ได้ร้อยละ 27.27 และ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ที่ผลการสำรวจได้ร้อยละ 26.57
และมีคะแนนนำ ส.ส.เก่าอย่างศาสตรา ศรีปาน ที่ย้ายพรรคจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปซบค่ายสีน้ำเงินอย่างพรรคภูมิใจไทยที่ได้ร้อยละ 21.45
แต่ผลการสำรวจคะแนนนิยมของราชภัฏสงขลาโพล ที่ปรากฏนี้ รศ.บูฆอรี ยีหมะ. อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะจัดทำการสำรวจความนิยม ระบุว่า ได้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 25 ม.ค.ที่ผ่านมา จากตัวอย่างผู้ที่แสดงความคิดเห็นรวม 3,709 ตัวอย่างทั้ง 9 เขตเลือกตั้งใน จ.สงขลา จึงเกิดขึ้นก่อนที่ นพ.สุภัทร จะถูกที่ประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข ( อ.ก.พ.) จะมีมติปลด นพ.สุภัทร จากข้อกล่าวหาจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในโครงการหมอชนบทบุกกรุงปี 2564
เหตุผลนี้ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้ผลการสำรวจความคิดเห็น อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะข่าวดี ข่าวกระแส หรือข่าวเชิงลบล้วนมีปัจจัยต่อการตัดสินใจเลือกทั้งสิ้น เพราะผลการสำรวจโดยภาพรวมจาก 9 เขต ยังพบว่า ประชาชนจำนวนมาก ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ซึ่งบางเขตผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจมีจำนวนมากกว่า จำนวนผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด เช่น เขตเลือกตั้ง 1, 3, 4 และ 5
หากลงลึกในการเลือกตั้งรายเขต สำหรับ ส.ส.แบบแบ่งเขต จากผลการสำรวจคะแนนนิยม พรรคประชาธิปัตย์ถือว่า ตีตื้นขึ้นมาได้อย่างน้อย 3 เขต เช่นเขตเลือกตั้งที่ 2 คือ นายจุรี ที่ยังไม่ทิ้งขาด นพ.สุภัทร เขตเลือกตั้งที่ 3 ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา ได้ร้อยละ 24.14 มีคะแนนแชมป์เก่าอย่างนายสมยศ พลายด้วง หรือ โกถึก ที่ย้ายค่ายจากพรรคประชาธิปัตย์บ้านเดิม มาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยที่มีคะแนนร้อยละ 17.73 ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง นพ.นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ หรือ หมอบอส ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ที่ได้ร้อยละ 9.61 เขตเลือกตั้งที่ 5 นายปรีชา สุขเกษม ได้ร้อยละ 26.39 นำนายสุวรรณ อ่อนรักษ์ จากพรรประชาชนที่ได้ร้อยละ 18.77 และยังนำนายวงศ์วชิร ขาวทอง หรือ เสือ จากพรรคกล้าธรรม 1 ในลูกชาย 3 คนของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้คะแนน 9.68
ส่วนในเขตเลือกตั้งที่ 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือ มังกร ลูกชายอีกคนของนายเดชอิศม์ ได้ร้อยละ 46 ที่ยังลงในนามพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนนำนายธนทร แก้วอนุรักษ์ จากพรรคประชาชน ที่ได้คะแนนนิยมร้อยละ 7.60
ส่วนพรรคที่ตีคู่สูสีกับพรรคประชาธิปัตย์ ในคะแนนความนิยมสำหรับ ส.ส.แบบแบ่งเขต คือ พรรคภูมิใจไทย
โดยในเขตเลือกตั้งที่ 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี ลูกชายของนายนิพนธ์ บุญญามณีบ้านใหญ่แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ในจังหวัดสงขลา ที่ตบเท้าเข้าพรรคสีน้ำเงิน ได้ร้อยละ 29.54 นำนายพิเชฎฐ พัฒนโชติ จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ร้อยละ 14.97
เขตเลือกตั้งที่ 6 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ที่ได้ร้อยละ 35.63 นำนายพิพัฒน์ เจือละออง จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ร้อยละ 17.20 ส่วนที่ตามมาที่ 3 คือ นายบารมี ขาวทอง หรือ มังกร จากพรรคกล้าธรรม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอีกคนหนึ่งของนายเดชอิศม์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้อยละ 16.22
เขตเลือกตั้งที่ 7 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ จากพรรคภูมิใจไทย ได้ร้อยละ 36.29 นำนายศิริโชค โสภา จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ร้อยละ 22.08
เขตเลือกตั้งที่ 8 นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ หรือ แบลี เจ้าของร้านไก่อบโอ่ง ที่ลงสมัครในสมัยแรก ในนามพรรคภูมิใจไทย ได้ร้อยละ 30.14 มีคะแนนนิยม นำนายธีรพงศ์ ดนสวี จากพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ร้อยละ 16.89 ทิ้งแชมป์เก่า
พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต สส. 6 สมัย อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ย้ายพรรคมาซบกล้าธรรม
และเขตเลือกตั้งเดียวที่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคกล้าธรรม มีคะแนนนิยมนำในจังหวัดสงขลา
ที่แม้จะมีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่อง คือ นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ในเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่ได้ร้อยละ 26.15 นำคู่แข่งอย่างนายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม หลานชายของนายถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้คะแนนนิยมร้อยละ 15.47
รศ.บูฆอรี วิเคราะห์ว่า ผลการสำรวจสะท้อน ให้เห็นถึงกระแสของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วมาเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคทำให้พรรคกลับมาอยู่ในความสนใจของคนจังหวัดสงขลาไม่น้อย
แต่หากดูในบางเขตเลือกตั้งพบว่า การตัดสินใจเลือกระหว่างตัว สส.กับพรรคการเมือง ก็ต่างกันสุดขั้ว อย่างเช่นเขตเลือกตั้งที่ 6 7 และ 8 คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์นำคู่แข่งทั้ง 3 เขต แต่ สส.แบบแบ่งเขต เป็นของพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นการย้ายพรรคของบ้านใหญ่ ก็มีผลต่อการตัดสินใจเลือก หรือไม่เลือกไม่น้อย รวมถึงกลยุทธ์ “แตกแบงค์พัน” ที่บ้านใหญ่กระจายไปลงคนละพรรค ก็อาจไม่ได้ผลมากนัก
ส่วนคะแนนนิยมของพรรคในการเลือกตั้งแบบปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังมีคะแนนนำร้อยละ 37.07 โดยมีพรรคประชาชนตามเป็นอันดับ 2 ร้อยละ 14.40 แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยผันแปรมากที่สุด คือ จำนวนของผู้ที่ไม่ตัดสินใจไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ที่มีจำนวนมากเกือบทุกเขต อาจเป็นตัวพลิกเกมการเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้าย
“ผลสำรวจนี้ได้จัดทำตามหลักการทางวิชาการ แต่ข้อกำหนดให้เผยแพร่ผลโพลก่อน 7 วัน ทำให้ผลการสำรวจ อาจมีเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพราะโค้งสุดท้ายอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าว คะแนนสงสาร หรือ ปรากฏการณ์เชิงลบ ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อทุกพรรคต้องงัดทุกกลยุทธ์เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง ไม่ว่าจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง” รศ.บูฆอรี กล่าว
การสำรวจคะแนนนิยมของราชภัฏสงขลาโพล ในครั้งนี้ยังครอบคลุมคำถามว่า เห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยจากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 9 เขต เห็นชอบร้อยละ 38.85 ไม่เห็นชอบร้อยละ 37.13 และไม่ได้ตัดสินใจ ร้อยละ 24 รศ.บูฆอรี ระบุว่า ระหว่างการสำรวจพบว่า สาเหตุที่ชาวบ้านบางคนไม่ได้ตัดสินใจ หรือไม่เห็นชอบ เพราะไม่เข้าใจถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นบางมาตรา หรือ แก้ไขทั้งหมด
ติชิลา พุทธสาระพันธ์ : เรียบเรียง
"ศุภมาส" ประกาศโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง "ไม่เลือกเรา เขามาแน่"
กกต.ยังไม่สรุปกรณี "หมอสุภัทร" รอศาลฎีกาชี้ขาดคุณสมบัติ
นักวิชาการ มองคดีวินัย "หมอสุภัทร" เกมการเมือง หวังเขย่าคะแนนก่อนเลือกตั้ง











