ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ปรองดอง แต่ไม่สมานฉันท์? เกมรวมบ้านใหญ่สู้ค่ายแดง

การเมือง
15:40
742
ปรองดอง แต่ไม่สมานฉันท์? เกมรวมบ้านใหญ่สู้ค่ายแดง

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง การหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ก็ดูจะยิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เจอกันกลางตลาดเจ้าพรหม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ต่างฝ่ายต่างออกมายืนยันว่า "ไร้นัยทางการเมือง" และแม้จะเป็นพรรคคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง แต่นายอนุทิน ก็ย้ำว่า ไม่จำเป็นต้อง "แยกเขี้ยวใส่กัน"

แต่ที่ต้อง "แยกกันเดิน...รวมกันตี" ก็บ้านใหญ่ในค่ายสีน้ำเงิน ระหว่างนายชาญ พวงเพ็ชร์ และนายกฤษดา​ หลีนวรัตน์​ ที่เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค และกำลังช่วยผู้สมัคร "สส." จ.ปทุมธานี หาเสียง เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) มาต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ลงพื้นที่หาเสียงพร้อมกัน แต่เผลอแวบเดียวก็ต้องแยกกันเดิน

ท่ามกลางการแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ปี 2569 ก็มีภาพบรรยากาศของความปรองดองเกิดขึ้น แต่ก็เป็นคำถามอยู่ว่า ปรองดองที่ว่านี้สมานฉันท์กันหรือเปล่า จะระหว่างค่ายสี หรือแม้แต่ค่ายสีเดียวกัน เพราะบางภาพก็ฉายออกมาชัด ว่าต้องแยกกันเดิน ทั้งๆ ที่อยู่ในค่ายเดียวกัน และที่เปลี่ยนค่ายก็ถูกเรียกว่า "หักหลัง-ทรยศ" แต่ยังดีที่เผชิญหน้ากัน ไม่มีเหตุปะทะเกิดขึ้น

ประสานเสียงตะโกน อาจฟังไม่ได้ศัพท์ แต่จับความได้ว่า 379 นั่นเพราะฝ่ายหนึ่งเชียร์ เบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย อีกฝ่ายหนึ่งเชียร์เบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย นี่คือ ผู้สนับสนุน-ผู้ช่วยหาเสียง ของ 2 พรรคการเมืองคู่แข่งเจอกัน เจอกันที่หน้า วัดศาลเจ้า หรือ เซียนแปะโรงสี

ประมาณว่า "ค่ายแดง" มาแสดงพลังต่อหน้า "ค่ายน้ำเงิน" มีอยู่ข้อความหนึ่งที่ถูกระบุออกมา คือ "หักหลัง-ทรยศ" ซึ่งก็ไม่ได้พูดชัด แต่น่าจะหมายถึง อดีตนายกฯ เบี้ยว หรือนายกฤษดา หลีนวรัตน์ และอดีตนายกฯ ชาญ หรือนายชาญ พวงเพ็ชร์ ที่แต่เดิมอยู่กับค่ายแดง แต่เปลี่ยนค่ายมาสังกัดค่ายน้ำเงิน ว่าแต่คนข้างใน ก็ไหว้พระ-สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้างนอกก็เผชิญหน้ากัน แต่ยังดีไม่มีเหตุปะทะเกิดขึ้น

มาก่อนหน้านี้ ทั้งอดีตนายกฯ เบี้ยว และอดีตนายกฯ ชาญ ก็มายืนรอท่านผู้นำพรรคพร้อมกันนะ แต่พอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงเท่านั้นแหละ นายอนุทิน จะปรี่ไปโอบอดีตนายกฯ ชาญ ทำเอา อดีตนายกฯ เบี้ยว ผู้ร่วมชายคาเดียวกัน ถึงกับเฟดออกไปไม่กลับมา ลูกน้อง-ลูกทีม ก็ว่า นายกฯ อนุทิน รักอาธรรม์ ฝนตกไม่ทั่วฟ้า กลับดีกว่า

จริงๆ เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) นายอนุทิน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ผู้สมัคร "สส." จ.ปทุมธานี หาเสียง โดยนายชาญ​ คือทีมหาเสียงให้ลูกสาว หรือ น.ส.ศริญญกรณ์ พวงเพ็ชร์ ลงสมัคร "สส." เขต 2 ปทุมธานี ส่วนนายกฤษดา ช่วยหาเสียงให้นายพิษณุ พลธี ผู้สมัคร สส. เขต 7 ปทุมธานี ซึ่งต่างก็ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย

กรณีที่ปทุมธานี คงต้องเรียกว่า "แยกกันเดิน..รวมกันตี" ถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่รวมบ้านใหญ่เข้าด้วยกัน ก็ไม่มีทางตีพรรคเพื่อไทยได้ และกุศโลบายนี้ จะใช้ได้กับการจับมือกัน ของพรรคคู่แข่งทางการเมือง ระหว่างพรรภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ได้ด้วยไหม เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เขาจับมือกันแล้ว

จับมือกันกลางตลาดเจ้าพรหม อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา แถมตบไหล่-ทักทาย แล้วนัดแนะกันอีกด้วย ท่ามกลางการจับตามอง ทั้งนายอนุทินและนายธนาธร ต่างให้สัมภาษณ์ ชี้แจงว่าแค่แสดงออกถึงความเป็นมิตรต่อกัน เมื่อรู้จักกันก็ทักทายกัน ไม่จำเป็นต้องแยกเขี้ยวใส่กันทุกครั้งไป เพราะต่างคนต่างก็ทำงานการเมือง ก่อนย้ำว่า เหตุบังเอิญ ไม่ได้นัดกัน ไม่มีนัยทางการเมือง

นี่ก็สีสันประชาธิปไตยสนามเลือกตั้ง ปี 2569 แม้จะแข่งขันกันสูง แต่ภาพรวมจนถึงวันนี้ ต่างก็หาเสียงกัน แต่ที่ว่า "ปรองดอง..ไม่สมานฉันท์" ก็เพราะ ออมชอม-ประนีประนอม แต่จะให้เห็นพ้องตรงกัน คงต้องเลือกกันอีกทีว่า ใคร-พรรคไหน ที่จะพอใจร่วมเดินไปด้วยกัน "8 กุมภาฯ" ตัดสินไหนฝ่ายรัฐบาล-ไหนฝ่ายค้าน เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก

วิเคราะห์ : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์

"อนุทิน" หาเสียงเมืองปทุม แวะไหว้ "เซียนแปะ โรงสี" ขอพร

"ยศชนัน" นำทีมล่องใต้ ขอเสียงเป็น "นายกฯ คนที่ 33"

พรรคไหน-ใครเหนือ? โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง