วันนี้ (30 ม.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทั้ง 27 ชาติ ร่วมประชุมพร้อมกันที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อหารือถึงสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น
ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นบัญชี "กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน" หรือ IRGC เป็นกลุ่มก่อการร้าย พร้อมคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่อิหร่าน 15 คน รวมถึงผู้บัญชาการ IRGC ฐานมีส่วนปราบปรามผู้ประท้วงในประเทศอย่างรุนแรง จนประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน
คายา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียู ย้ำว่า ไม่อาจให้ปล่อยผ่านการปราบปรามประชาชนไปโดยไม่ได้ตอบโต้ใดๆ พร้อมระบุว่าระบอบการปกครองใดที่กล้าสังหารประชาชนของตนเองหลายพันคน ย่อมกำลังเดินไปสู่จุดจบของตนเอง
"ทรัมป์" เผยเตรียมคุย "อิหร่าน" หลังความตึงเครียดยกระดับ
ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ภาพทหารปฏิบัติภารกิจอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ซึ่งกำลังแล่นอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยในภาพชุดนี้ปรากฏยุทโธปกรณ์สำคัญทั้งเครื่องบินขับไล่ F/A-18 Super Hornet และเฮลิคอปเตอร์ MH-60R Seahawk
เรือรบลำนี้ถูกพูดถึงโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุผ่านทรูธ โซเชียล เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ว่า กองเรือขนาดมหึมากำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยส่งไปเวเนซุเอลา รวมทั้งพร้อมปฏิบัติภารกิจอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยหวังว่าอิหร่านจะรีบกลับมาเจรจาข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกัน คืออิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ มิเช่นนั้นอาจต้องเผชิญกับการโจมตีครั้งต่อไปที่จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งยกระดับความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศที่มีอยู่แล้วให้รุนแรงขึ้น โดยอิหร่านระบุว่าพร้อมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นธรรมและปราศจากการข่มขู่คุกคาม แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมตอบโต้หากถูกโจมตี
ล่าสุด ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่ามีแผนจะหารือกับอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นไปได้ พร้อมทั้งหวังว่าจะไม่ถึงขั้นต้องใช้กำลังทหาร นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้อิหร่านยุติการสังหารผู้ประท้วง พร้อมระบุว่าตนหยุดยั้งการประหารชีวิตไป 837 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ทราบว่าอิหร่านจะดำเนินการอะไรต่อหรือไม่
อ่านข่าว
"ทรัมป์" ขู่ "อิหร่าน" เร่งตกลงนิวเคลียร์ก่อนเผชิญการโจมตีร้ายแรง
ทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้า 50% จนกว่าแคนาดาจะรับรอง Gulfstream ของสหรัฐฯ
ประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียน ยึดฉันทามติ 5 ข้อแก้ขัดแย้งเมียนมา











