ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกายังครุกรุ่น โดยเฉพาะนับตั้งแต่ที่อิหร่านเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชนเมื่อช่วงปลายปี 2568 ลากยาวมาถึงเดือน ม.ค.2569 จนมีรายงานผู้เสียชีวิตหลายพันคน ท่ามกลางคำขู่จากสหรัฐฯ ที่เคยระบุว่าจะเข้าจัดการกับเรื่องนี้
ขณะที่อิหร่านมีการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ บนอาคารบริเวณจัตุรัสใจกลางกรุงเตหะราน เป็นภาพคล้ายเรือรบที่เต็มไปด้วยซากความเสียหายและทำเป็นสีคล้ายธงชาติสหรัฐฯ พร้อมทั้งมีข้อความภาษาอังกฤษ ว่า "If you sow the wind, you will reap the whirlwind." ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "กระทำสิ่งใดไว้ก็ย่อมได้รับผลแห่งการกระทำนั้น"
ป้ายโฆษณาต่อต้านสหรัฐฯ ถูกติดตั้งบนอาคารในจัตุรัสกลางกรุงเตหะราน
ล่าสุดวันที่ 28 ม.ค.2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านทรูธ โซเชียล ว่า กองเรือขนาดมหึมากำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน โดยกองเรือนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยส่งไปเวเนซุเอลา รวมถึงพร้อมปฏิบัติภารกิจอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งหวังว่าอิหร่านจะรีบกลับมาเจรจาข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกัน นั่นคืออิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ เพราะเวลาเหลือน้อยลงทุกขณะแล้ว มิเช่นนั้นอาจต้องเผชิญกับการโจมตีครั้งต่อไปที่จะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ด้านอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ออกมาระบุผ่านเอ็กซ์ว่า กองทัพพร้อมที่จะตอบโต้การโจมตีใดๆ ต่ออิหร่านโดยทันทีและรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันอิหร่านพร้อมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน เป็นธรรมและเสมอภาค ซึ่งต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและปราศจากการบีบบังคับข่มขู่หรือคุกคาม รวมถึงจำเป็นต้องรับรองสิทธิของอิหร่านในการเข้าถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อสันติและรับประกันด้วยว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ยังไม่ได้ติดต่อหรือร้องขอการเจรจาใดๆ กับสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เช่นเดียวกับรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่านที่ระบุว่าขณะนี้ไม่มีการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีการแลกเปลี่ยนข้อความกันบ้าง
อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน
"รูบิโอ" ยอมรับอิหร่านซับซ้อนกว่าเวเนซุเอลา
ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ โดยรูบิโอระบุว่ารัฐบาลอิหร่านอ่อนแอลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และคาดการณ์ด้วยว่าจะยังคงเกิดการประท้วงขึ้นอีกในอนาคต แต่ก็ย้ำเช่นกันว่าสถานการณ์ในอิหร่านซับซ้อนกว่าเวเนซุเอลาและไม่มีทางทราบได้ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำอิหร่านแทน หากอยาตอลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านปัจจุบันถูกโค่นอำนาจ จึงจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังย้ำอีกว่าพร้อมใช้กำลังเปิดฉากชิงโจมตีอิหร่านก่อน เพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค เพราะอิหร่านมีศักยภาพที่จะโจมตีกองกำลังของสหรัฐฯ ได้แล้ว แต่เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น
การเข้าชี้แจงครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่อเวเนซุเอลา โดยระบุว่าเคยพยายามหลายครั้งเพื่อที่จะให้นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ออกจากประเทศโดยสมัครใจ แต่ก็ไม่เป็นผล พร้อมทั้งย้ำว่ามาดูโรไม่ใช่คนที่สหรัฐฯ จะต่อรองได้
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ รูบิโอระบุด้วยว่าเวเนซุเอลาเปรียบเสมือนผู้ป่วยวิกฤตและช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพที่มากขึ้นในภูมิภาค พร้อมทั้งย้ำเช่นเคยว่าปฏิบัติการจับกุมมาดูโรเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาไม่ใช่การรุกราน แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย
ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ได้สร้างช่องทางการสื่อสารที่สร้างสรรค์อย่างมากกับเดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา และย้ำว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเวเนซุเอลาเอง พร้อมทั้งระบุด้วยว่ามองเห็นถึงโอกาสที่จะกลับไปเปิดสถานทูตของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาอีกครั้ง หลังจากต้องปิดไปตั้งแต่ปี 2019 จากความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลง
ด้านประธานาธิบดีรักษารักษาการณ์เวเนซุเอลา ยืนยันเช่นกันว่าทั้งเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ ยังคงช่องทางติดต่อสื่อสารกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งระบุด้วยว่ารัฐบาลยังเดินหน้าทำงานเพื่อปลดล็อกเงินทุนของเวเนซุเอลาที่ถูกแช่แข็งในต่างประเทศด้วย
อ่านข่าว
ทรัมป์ยัน "โนเอม" ทำหน้าที่ต่อ หลังถูกกดดันหนัก เหตุยิงพลเมืองตาย 2 คน
ทรัมป์ท่าทีอ่อนลง ระบุไม่ต้องการเห็นความสูญเสีย หลังเหตุยิง 2 ศพมินเนโซตา
อินเดียแจงพบ 2 คนป่วย "ไวรัสนิปาห์" อีก 196 คนสัมผัสใกล้ชิดผลเป็นลบ











