เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2569 เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย "India in Thailand (Embassy of India, Bangkok)" โพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ชี้แจงสถานการณ์โรคไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ระบุว่ามีผู้ป่วย 2 คนในรัฐเบงกอลตะวันตก ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568 จนถึงปัจจุบัน
ขณะที่ศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติอินเดีย (NCDC) ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 196 คน แต่ยังไม่พบว่ามีอาการและตรวจเชื้อได้ผลเป็นลบ พร้อมยกระดับเฝ้าระวัง การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการสอบสวนภาคสนาม ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขส่วนกลางและระดับรัฐ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสนิปาห์เพิ่มเติม
แถลงดังกล่าวเผยแพร่ออกมาหลังจากหลายประเทศ รวมถึงไทย ตื่นตัวตรวจสอบผู้เดินทางเข้าประเทศ รวมถึงรายงานในสื่อบางส่วนที่ระบุตัวเลขผู้ติดเชื้อคลาดเคลื่อน
หลายประเทศยกระดับเฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์"
นอกจากประเทศไทยที่ยกระดับการเฝ้าระวัง ยังมีรายงานว่าสนามบินที่กาฐมาณฑุของเนปาลได้ยกระดับการเฝ้าระวังเช่นกัน รวมถึงจุดผ่านแดนต่างๆ ของเนปาลที่เชื่อมกับอินเดีย ซึ่งข่าวการระบาดของไวรัสนิปาห์กลายเป็นที่สนใจ เนื่องจากไวรัสชนิดนี้แพร่จากสัตว์สู่คน มีอัตราการเสียชีวิตสูงระหว่างร้อยละ 40-75 และยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกันไวรัสชนิดนี้
โกลบอล ไทมส์ สื่อกระบอกเสียงทางการจีน ตีพิมพ์บทความยืนยันความพร้อมรับมือโรคนี้ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชื่อดังของจีน ยืนยันว่าจีนมีขีดความสามารถในการตรวจจับไวรัสชนิดนี้ผ่านเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมรุ่นใหม่ หรือ Next-Generation Sequencing (NGS) นอกจากจะช่วยวินิจฉัยโรคและสืบหาต้นตอการระบาดได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าติดตามวิวัฒนาการของไวรัสในระยะยาว เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสาธารณชนและวางแนวทางทางการแพทย์ได้อย่างแม่นยำ
แต่ขณะเดียวกันยังขาดประสบการณ์ทางคลินิก เนื่องจากยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อยืนยันภายในประเทศ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและการจัดการภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ซึ่งเป็นอาการเด่นของโรคนี้ จึงต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้ทั้งในกลุ่มประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเตรียมรับมือหากเกิดการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนในอนาคต
องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ไวรัสนิปาห์ เป็นหนึ่งใน 10 โรคที่ต้อ
งให้ความสำคัญสูงสุด เทียบเท่ากับเชื้อก่อโรคอย่างโควิด-19 และซิกา เนื่องจากมีศักยภาพที่อาจก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ได้ โดยเชื้อไวรัสนี้มีระยะฟักตัวตั้งแต่ 4-14 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะแสดงอาการได้หลากหลายรูปแบบ หรือในบางกรณีอาจไม่แสดงอาการใด ๆ เลย
อาการเริ่มแรกที่พบได้บ่อย ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เจ็บคอ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรงขึ้นตามมา เช่น อาการง่วงซึม การรับรู้สติเปลี่ยนแปลงไปและปอดอักเสบ นอกจากนี้ในเคสที่มีอาการหนักอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตจากการอักเสบของสมองได้
อ่านข่าว
สธ.ชี้ "ไวรัสนิปาห์" แพร่เชื้อน้อยกว่าโควิด-ไข้หวัดใหญ่ ไทยยังไม่พบผู้ป่วย
กพท.คัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยง "ไวรัสนิปาห์" เต็มรูปแบบ
ไทยคุมเข้ม "ไวรัสนิปาห์" ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย











