ทรัมป์สลับใช้ Air Force One กลางทริปนาโต รับเป็นเป้าสังหารอันดับ 1 อิหร่าน

ต่างประเทศ
20:52
จำนวนผู้ชม 43
Thai PBS
ทรัมป์สลับใช้ Air Force One กลางทริปนาโต รับเป็นเป้าสังหารอันดับ 1 อิหร่าน
ทรัมป์ สร้างความฉงนแก่วงการความมั่นคง หลังตัดสินใจสลับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าในการเดินทางออกจากตุรกี ก่อนแวะเปลี่ยนกลับเป็นเครื่องบินลำใหม่จากกาตาร์ที่อังกฤษ ท่ามกลางรายงานภัยคุกคามลอบสังหารและข้อกังขาเรื่องงบประมาณปรับปรุงระบบกลาโหม

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2569 สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางออกจากประเทศตุรกีเมื่อวันพุธที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต ด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) รุ่นเก่าที่เป็นสีฟ้าอ่อนแบบดั้งเดิม สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น

เนื่องจากในทริปขามา ทรัมป์ ได้นั่งเครื่องบินโบอิง 747-8 ลำใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงและบริจาคโดยรัฐบาลกาตาร์มาลงจอด

แต่อย่างไรก็ตาม ในวันกลับ ทรัมป์กลับนั่งแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า 747-200B ออกจากกรุงอังการา ตุรกี และไปทำการสลับเครื่อง ไปนั่งเครื่องบินลำใหม่อีกครั้งที่ฐานทัพอากาศกองทัพอากาศหลวงมิลเดนฮอลล์ (RAF Mildenhall) ในสหราชอาณาจักร เพื่อมุ่งหน้ากลับสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

การสลับเครื่องบินอย่างกะทันหันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และประเทศอิหร่านซึ่งมีพรมแดนติดกับตุรกี

ทรัมป์สลับใช้ Air Force One กลางทริปนาโต รับเป็นเป้าสังหารอันดับ 1 อิหร่าน

ทรัมป์สลับใช้ Air Force One กลางทริปนาโต รับเป็นเป้าสังหารอันดับ 1 อิหร่าน

"ทรัมป์" บอกตกเป็นเป้าหมายลอบสังหารอันดับ 1

การเปลี่ยนเครื่องบินโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้นักข่าวภาคสนามในกรุงอังการาตั้งคำถามต่อ ปธน.ทรัมป์ ว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวเรื่องภัยคุกคามจากการลอบสังหารหรือไม่ และทรัมป์ก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อสันนิษฐานดังกล่าวโดยตรง แต่ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าวปิดฉากการประชุมนาโตว่า

ตนรู้ว่าเป็นอันดับ 1 ในบัญชีรายชื่อสังหารของอิหร่าน แม้จะไม่รู้เหตุผลแต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก

คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรอบตัวผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว จะต้องมีเครื่องบินสำรองหรือเครื่องบินเตรียมพร้อม (Standby) บินประกบควบคู่ไปกับเครื่องบินหลักในทุกภารกิจระหว่างประเทศอยู่เสมอ

ข้ออ้าง "เพื่อความหลังครั้งเก่า" และการเปิดให้ทหารเยี่ยมชม

ต่อมา ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธโซเชียลว่า การเลือกใช้เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันสีฟ้าอ่อนลำเดิม ในการบินจากกรุงอังการามายังสหราชอาณาจักรนั้น เป็นการนั่ง "เพื่อระลึกถึงความหลังครั้งเก่า"

พร้อมระบุว่าเครื่องบินลำใหม่ของเขาได้บินมาจอดรออยู่ที่ฐานทัพในอังกฤษก่อนแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่นั่นได้เข้าเยี่ยมชมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ทรัมป์ระบุในโพสต์ภายหลังว่าเหล่าทหารต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เห็นเครื่องบินที่มีการตกแต่งสีสันภายนอกใหม่เป็นสีแดง ขาว น้ำเงินเข้ม และทองตามที่ตัวเขาเป็นผู้เลือกออกแบบเอง

Air Force One ลำใหม่ และ ลำเก่า

Air Force One ลำใหม่ และ ลำเก่า

เดโมแครตสับเละเปลืองงบพันล้าน

เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่นี้ เดิมทีเป็นเครื่องบินโบอิง 747-8 ที่รัฐบาลกาตาร์มอบให้แก่สหรัฐฯ เมื่อปีที่ผ่านมา และได้รับการว่าจ้างให้บริษัทผู้รับเหมาด้านความมั่นคง แอลทรีแฮร์ริส เทคโนโลยีส์ (L3Harris Technologies) เป็นผู้ดำเนินการดัดแปลงระบบภายใน

ทว่าโครงการนี้กลับถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากสมาชิกรัฐสภาฝั่งพรรคเดโมแครต ซึ่งประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสภาพเครื่องบินหรูให้กลายเป็นเครื่องบินบัญชาการรบชั่วคราวนี้พุ่งสูงเกินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อีกทั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความกังวลว่า กระบวนการทำงานที่เร่งรัดแบบ "ทางลัด" ของกองทัพอากาศเพื่อต้องการให้เครื่องบินพร้อมใช้งานโดยเร็ว ทำให้ต้องข้ามขั้นตอนการดัดแปลงระบบป้องกันระบบดักฟังขั้นสูงและการป้องกันขีปนาวุธบางประการที่เคยกำหนดไว้ในแผนเดิม

ส่งผลให้เกิดข้อกังขาว่าเครื่องบินลำนี้อาจไม่มีความปลอดภัยเทียบเท่ากับมาตรฐานแอร์ฟอร์ซวันลำปัจจุบัน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจะออกมายืนยันว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของประธานาธิบดีแล้วก็ตาม

Air Force One ลำใหม่

Air Force One ลำใหม่

สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องยอมรับและนำเครื่องบินบริจาคจากกาตาร์มาดัดแปลงเป็นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันขัดตาทัพ เนื่องจากบริษัท โบอิง กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการพัฒนาและส่งมอบเครื่องบินประจำตำแหน่งรุ่นใหม่ภายใต้สัญญาซื้อขายแบบราคาคงที่มูลค่า 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ลงนามไปตั้งแต่ปี 2561

โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมถึง 4 ปี และคาดว่าจะไม่สามารถส่งมอบเครื่องบินที่สมบูรณ์ได้จนกว่าจะถึงกลางปี 2571 ซึ่งนั่นหมายความว่า ปธน.ทรัมป์ อาจจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในช่วง ม.ค.2572 ก่อนที่เครื่องบินที่สร้างขึ้นในสหรัฐฯ จะเสร็จสมบูรณ์

นอกจากนี้ งบประมาณในโครงการของโบอิงยังบานปลายทะลุ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้บริษัทต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมหาศาล

อ่านข่าวอื่น :

ทูตจีนชู 3 แนวทางยกระดับความร่วมมือไทย-จีน หนุนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

นักวิชาการเสนอปิดทางผ่านแร่ในไทย เร่งเมียนมา-จีนเจรจาหยุดมลพิษน้ำกก

CP ยันชัดไม่ได้ขอยกเลิกสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน มุ่งหาทางออกร่วมภาครัฐ