ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

คาดการณ์ฉากทัศน์ "สหรัฐฯ" โจมตี "อิหร่าน" ส่งแรงกระเพื่อมอย่างไร ?

ต่างประเทศ
11:36
818
คาดการณ์ฉากทัศน์ "สหรัฐฯ" โจมตี "อิหร่าน" ส่งแรงกระเพื่อมอย่างไร ?
อุณหภูมิในตะวันออกกลางใกล้ทะลุจุดเดือดอีกครั้ง เมื่อท่าทีของ "โดนัลด์ ทรัมป์" อาจเป็นมากกว่าคำขู่ ซึ่งหากสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านจริงก็เป็นไปได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะระบอบการปกครอง

ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่มีต่ออิหร่าน นำมาซึ่งการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้น โดยมีบทเรียนจากในอดีตของบรรดาชาติในตะวันออกกลางเป็นข้อเปรียบเทียบและข้อสังเกตที่น่าสนใจ

หากสหรัฐฯ โจมตีเฉพาะจุด คงไม่พ้นฐานกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC กองกำลังบาซิจ และฐานยิงขีปนาวุธ รวมถึงสถานที่พัฒนานิวเคลียร์ต่างๆ แบบนี้จะจำกัดวงการสูญเสียให้น้อยที่สุดและโค่นล้มอำนาจปัจจุบัน เปลี่ยนระบอบการปกครองให้อิหร่านกลายเป็นประเทศประชาธิปไตยได้ ซึ่งอาจถือว่าตรงกับอุดมคติมากที่สุด โลกสวยที่สุด เพราะหากดูสถานการณ์จริงที่อิรักหรือลิเบียที่ตะวันตกยื่นมือเข้าไปแทรกแซง จบไม่สวยสักที่

สหรัฐฯ​ บุกอิรักโค่นซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 2003 นำมาซึ่งสงครามกลางเมือง เกิดสุญญากาศทางอำนาจและรอยร้าวทางสังคมที่ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน ซึ่งยังคงสร้างเสถียรภาพไม่สำเร็จ ส่วนลิเบีย นาโตเข้าไปแทรกแซงในปี 2011 เพื่อโค่นมูอัมมาร์ กัดดาฟี ทำภายในแตกแยกแบ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธคุมพื้นที่ต่างๆ และเกิดสงครามกลางเมืองตามมา จนเป็นปัญหามาถึงปัจจุบัน

อีกความเป็นไปได้คือระบอบการปกครองของอิหร่านยังอยู่รอดต่อไป ยังเป็นรัฐอิสลาม แต่ยอมเปลี่ยนแนวทางการปกครองประเทศให้ไม่สุดโต่งอย่างที่เคย แบบนี้อาจทำให้อิหร่านไม่มุ่งหน้าพัฒนาอาวุธร้ายแรง หรือหนุนหลังกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ แต่ก็อาจเป็นเรื่องยาก เพราะผู้นำรัฐอิสลามอิหร่านบริหารประเทศมาได้ถึง 47 ปี จะให้เปลี่ยนง่ายๆ คงไม่ใช่

ส่วนอีกทางคือระบอบการปกครองเดิมล่มและมีทหารเข้ามาปกครองประเทศแทน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าแนวทางนี้จับต้องได้มากที่สุด เพราะหากสหรัฐฯ โจมตี อาจจะโค่นผู้นำสูงสุดได้ และจังหวะที่ฝุ่นตลบเป็นไปได้มากว่าบรรดานายพลในกองทัพจะผงาดขึ้นมานำประเทศแทน เนื่องจากมีกำลังสนับสนุนและมีอาวุธอยู่ในมือ

นอกจากความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเจรจากับอิหร่านแล้ว ก่อนหน้านี้ พีท เฮกเซท รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงความพร้อมของกองทัพในการปฏิบัติตามคำบัญชาของทรัมป์ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด

หลังจากช่วงหลายสัปดาห์มานี้ สหรัฐฯ เคลื่อนกำลังเข้าไปในตะวันออกกลาง พร้อมด้วยกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln กับเรือพิฆาต 3 ลำ และเครื่องบินรบล้ำสมัยต่างๆ ที่รวมถึง F-35 ด้วย ในอัตราที่ทำให้หลายคนย้อนนึกไปถึงจังหวะก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการ Absolute Resolve จัดการรวบผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อต้นปี 2026

หากอิหร่านไม่ยอมและเลือกสู้ จะเกิดอะไรขึ้น ?

ทางหนึ่งคือ กองกำลังสหรัฐฯ และเพื่อนบ้านอาจตกเป็นเป้า แม้ว่าขุมกำลังและยุทโธปกรณ์จะต่างชั้นกัน แต่อิหร่านยังมีขีปนาวุธกับโดรนอีกมหาศาลซุกซ่อนไว้ตามถ้ำ ตามฐานใต้ดินต่างๆ ซึ่งหากออกมารูปนี้อาจกระทบได้ตั้งแต่บาห์เรน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ไปจนถึงจอร์แดนและอิสราเอล

อีกทางที่อิหร่านอาจจะทำได้คือ การวางทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขวางเส้นทางซื้อขายพลังงานหลักราว 1 ใน 4 ของโลก อย่างที่เคยทำมาแล้วสมัยทำสงครามกับอิรักช่วงทศวรรษที่ 1990 หรืออิหร่านอาจเลือกจมเรือรบสหรัฐฯ ตอบโต้สัก 1-2 ลำด้วยการใช้โดรนระเบิดถล่มพร้อมเรือตอร์ปิโดระดมโจมตีอย่างฉับไว แม้จะดูเป็นไปได้ยาก แต่กลุ่มอัลกออิดะฮ์ก็เคยทำมาก่อน และครั้งนี้หากเกิดขึ้นจริงคงทำให้สหรัฐฯ​ เสียหน้าอย่างแรง

สุดท้าย ฉากทัศน์ที่ทำให้หลายประเทศไม่สบายใจคือ ระบอบอิหร่านล่มสลาย เหลือแต่ความวุ่นวาย เกิดภาวะสุญญากาศ ตามมาด้วยสงครามกลางเมืองแบบที่เคยเกิดในซีเรีย เยเมนและลิเบีย ซึ่งความเป็นไปได้นี้สร้างความกังวลให้เพื่อนบ้านของอิหร่านมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบียหรือกาตาร์​ เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครอยากเห็นประเทศที่มีประชากรกว่า 93 ล้านคนแห่งนี้เผชิญวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม

อาจเป็นอีกครั้งที่ชะตากรรมของภูมิภาคตะวันออกกลางไปตกอยู่ในมือของคนๆ เดียวอย่าง "โดนัลด์ ทรัมป์" ว่าจะตัดสินใจแบบไหน จะยอมอ่อนลงอย่างที่เปิดทางให้อิหร่านเจรจาจริง หรือหากเจออิหร่านแข็งขืนแล้วจะตัดสินใจไม่ยอมเสียหน้า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าว

"ทรัมป์" ขู่ "อิหร่าน" เร่งตกลงนิวเคลียร์ก่อนเผชิญการโจมตีร้ายแรง

อียูขึ้นบัญชี "กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน" เป็นกลุ่มก่อการร้าย

สภาสูงสหรัฐฯ คว่ำร่างงบประมาณ กดดัน "ทรัมป์" ปมกวาดล้างผู้อพยพ