12.9% หรือ 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาท 11 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 คือตัวเลขที่สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ นับว่าเป็นยอดการส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการส่งออกมา ในขณะที่การนำเข้ามูลค่า 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 12.9% สูงสุด 3 ปี ทำนิวไฮเช่นเดียวกัน ประเมินปี 69 ขยายตัวติดลบ 3.1% ถึงบวก 1.1%
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนการขับเคลื่อนการส่งออกในปี 2569 ว่า กรมมีแผนดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการค้าประมาณ 700 โครงการ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น งานแสดงสินค้านานาชาติ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน thaitrade.com การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล การจัดคณะผู้แทนการค้า และการส่งเสริมการขายผ่านห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดในหลายภูมิภาคทั่วโลก
นอกจากนี้ กรมจะเพิ่มกิจกรรมพิเศษ เป็นการขับเคลื่อนการส่งออกเชิงรุกและมุ่งเป้าอีกหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น โครงการไทยแลนด์ เบสต์ แฟรนด์ หรือมิตรแท้การค้าไทย จะเชิญผู้นำเข้ารายสำคัญจากทั่วโลกประมาณ 20 ราย เข้ามารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีในเดือน มี.ค.2569 เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่เป็นแฟนคลับสินค้าไทย มีการอุดหนุนสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าโครงการ Special Task Force (STF) เพื่อบุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาในช่วงต้นปี 2569
นอกจากนี้ มีแผนผลักดันการส่งออกแบบเจาะลึก โดยสหรัฐฯ จะผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปแทนสินค้าของคู่แข่ง และกำลังเชิญบริษัท Otis McAllister, Inc เยือนไทยในลักษณะ Exclusive Incoming Trade Mission ระหว่าง 24–28 ก.พ.2569 ส่วนยุโรปมีแผนคุยกับ บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของยุโรป ที่มีสาขาในหลายประเทศ และเสนอจัดบิสสิเนส แมชชิ่ง กับผู้ส่งออกไทย เน้นสับปะรด น้ำมะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ และหารือกับบริษัทญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต โดยเฉพาะการนำสินค้าไทยไปจำหน่าย
นางสุนันทากล่าวอีกว่า กรมยังมีแผนยกระดับร้าน TOPTHAI ที่เปิดจำหน่ายอยู่บนแพลตฟอร์ออนไลน์ 8 แพลตฟอร์มใน 10 ประเทศ ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่น ยุโรป และมีรายการสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เน้นอาหาร เครื่องดื่ม เช่น แฟชัน ไลฟ์สไตล์ในตลาดสหรัฐฯ การยกระดับแพลตฟอร์ม thaitrade.com ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมมือในการส่งสินค้า
ล่าสุดกรมได้เพิ่มภารกิจใหม่ คือ การช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดหาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และการช่วยผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทั้งแหล่งวัตถุดิบ โอกาสในการลงทุนแล้ว ซึ่งจะทำให้กรมมีบทบาทครบ ทั้งการส่งเสริมและผลักดันการส่งออก การหาแหล่งวัตถุดิบ และการช่วยผู้ประกอบการออกไปลงทุน
สำหรับปัญหาที่จะกระทบต่อการส่งออกในปี 2569 ยังคงเป็นเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกรมอยากให้อ่อนค่าและมีเสถียรภาพมากกว่านี้ เพราะปีก่อนอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แพงกว่าคู่แข่ง 8-11% ปีนี้ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก แม้ว่าสินค้าไทยจะมีคุณภาพ มาตรฐาน แต่ถ้าแพงเกินไป ก็อาจจะขายได้ลำบาก ซึ่งกรมพยายามที่จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ และหาทางช่วยหาตลาดให้ โดยค่าเงินที่ผู้ส่งออกต้องการจริง ๆ คือ ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าว:
โจทย์ใหญ่ “ทุเรียนไทย” ปี2569 หืดขึ้นคอ คู่แข่งรอบด้าน ราคาไม่ฟื้น
เงินบาทซื้อขายกรอบ 30.70-31.30 แข็งค่ารอบเกือบ 5 ปี กรุงศรีฯ คาดเฟดคงดอกเบี้ย
ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า 7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม










