ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลงอย่างรุนแรง รวมถึงค่าเงินสกุลต่างๆทั้ง ดอลลาร์ เยน หรือแม้แต่เงินบาทไทย ที่ผันผวนเป็นอย่างมาก รวมไปถึงการแต่งตั้งนายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดสายเหยี่ยว (Hawkish) เป็นประธานเฟดต่อจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน จะหมดวาระลงในเดือน พ.ค. 2026 ทำให้ตลาดยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกนายเควิน วอร์ช ขึ้นมาเป็นประธานเฟดคนต่อไป วอร์ชจะมีมุมมองหรือนโยบายทางการเงินอย่างไรต่อเฟด และตลาดจะเลือกตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานนี้อย่างไรต่อไป เนื่องจากว่าวอร์ชมีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะ สายเหยี่ยว”ด้านเงินเฟ้อ (Inflation hawk) ซึ่งเป็นปัจจัยที่เป็นลบกับทองคำ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วอร์ชได้ปรับตัวเข้าหาปธน.ทรัมป์ โดยการออกมาโต้แย้งต่อสาธารณะเพื่อลดอัตราดอกเบี้ย
นายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดสายเหยี่ยว ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ว่า ตลาดยังคงเผชิญความผันผวนสูง จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน หลังมีการการเสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ แทน นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน ที่จะครบวาระในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งอาจเป็น “Policy Pivot” หรือจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายที่สำคัญของเฟด นายเควิน วอร์ช ถูกมองว่า ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อการลงทุนระยะยาว แต่ตลาดยังมีความกังวลในเรื่องความเป็นอิสระของเฟดภายใต้แรงกดดันทางการเมือง และจุดยืนนโยบายในอดีตของนายวอร์ช ท ซึ่งอาจทำให้ทิศทางดอกเบี้ยไม่ผ่อนคลายเร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง
ชี้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันตลาดโลก
นอกจากนี้ ตลาดโลกยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งกรณีที่ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ ความตึงเครียดกับอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยง Government Shutdown ของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญล่าช้า และเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงิน
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า ความผันผวนดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณเชิงลบต่อโครงสร้างตลาดในระยะยาว โดยเริ่มเห็นภาพของ Market Rotation หรือการหมุนกลุ่มลงทุน จากหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมามาก ไปสู่หุ้นที่ยังมีพื้นฐานรองรับชัดเจน สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Microsoft, Apple และ Meta ที่ยังรายงานกำไรและรายได้ดีกว่าคาด รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ยังเร่งตัวต่อเนื่อง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
“นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ ทยอยสะสมเมื่อย่อตัว (Buy on Dip) โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และถือครองทองคำในสัดส่วน 5–10% ของพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และภาวะค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะยาว ประเมินกรอบเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 5,300–5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์”
TISCO ESU ชี้ชัด ประธาน Fed คนใหม่ไม่เขย่าเส้นทางดอกเบี้ย
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ฟันธง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือก นายเควิน วอร์ช ขึ้นแท่นประธานเฟดคนใหม่ ไม่ทำให้ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ เปลี่ยนทันที ชี้โครงสร้างการตัดสินใจยังขึ้นกับฉันทามติของ FOMC โดยเงินเฟ้อและตลาดแรงงานยังเป็นปัจจัยกำหนดหลัก คาดปีนี้เฟดลดดอกเบี้ยราว 0.25-0.50% ขณะที่ระยะสั้นอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดการเงินโลก ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า การที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช ให้มาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนถัดไปต่อจาก นายเจอโรม พาวเวลล์ ประเมินว่า จะไม่เปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในทันที แม้ ทรัมป์ จะส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้น และการสื่อสารของนายเควินจะมีน้ำหนักผ่อนคลายกว่าในช่วงที่ผ่านมา แต่โครงสร้างการตัดสินใจของเฟดยังคงยึดตามฉันทามติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ทั้ง 12 เสียง โดยเสียงของประธานเฟดเป็นเพียงหนึ่งเสียงเท่านั้น
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU)
อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดพยายามตีความว่านายเควิน วอร์ช เป็นผู้ที่มีมุมมอง เข้มงวด หรือ ผ่อนคลาย นับเป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนว่า ประธานเฟดคนใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาสร้างรากฐานแนวคิดและพยายามโน้มน้าวกรรมการท่านต่าง ๆ ให้ได้ว่าเฟดควรดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร ภายใต้เงินเฟ้อที่ค้างสูงเกินเป้าหมายมากว่า 5 ปี ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังอยู่ในจุดเปราะบาง อีกทั้งยังต้องใช้เวลาสร้างฉันทามติระหว่างกรรมการนโยบายการเงินท่านต่างๆ อย่างที่ประธานเฟดคนเดิมสามารถทำได้ในหลายครั้ง ทำให้การปรับนโยบายการเงินอย่างฉับพลันมีความเป็นไปได้ต่ำ
คาดเฟดคงดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ 0.25-0.50%
ภายใต้กรณีฐาน TISCO ESU ยังคงประมาณการเดิมว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 0.25-0.50% ในปี 2569 โดยเป็นผลมาจากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงกลับเข้าสู่เป้าหมายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากการส่งผ่านต้นทุนภาษีศุลกากรไปยังผู้บริโภคที่เริ่มลดความรุนแรงลงเงินเฟ้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่อนคลายจากช่วงก่อนหน้าและค่าจ้างแรงงานที่ชะลอตัวและกลับเข้าสู่กรอบปกติมากขึ้น
อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยในระดับที่มากกว่ากรอบคาดการณ์ของ TISCO ESU ยังไม่ใช่กรณีฐาน และจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเห็นการอ่อนตัวของตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง เช่น อัตราการว่างงานปรับขึ้นสู่ระดับ 4.7% หรือสูงกว่า และยังมีแนวโน้มแย่ลงต่อเนื่อง พร้อมสัญญาณการจ้างงานที่ถดถอยลงในวงกว้าง ซึ่งในปัจจุบันยังคงเป็นเพียง ความเสี่ยงด้านลบ (Downside Risk) เท่านั้น
นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน
ในทางกลับกัน กรณีฐานยังคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้ม ขยายตัวได้ดีในปี 2569 จากนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้น สภาวะการเงินที่ยังอ่อนตัว ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการจ้างงาน ซึ่งเป็นปัจจัยจำกัดความเร็วและขนาดของการลดดอกเบี้ยนโยบายในระยะถัดไป
ในประเด็น งบดุลของเฟด นายเควิน วอร์ช มีจุดยืนที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยมองว่ามีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันเงินเฟ้อ แต่สถานการณ์ล่าสุดในตลาดการเงินยังสะท้อนว่า การลดงบดุลของเฟดยังทำได้ยากในระยะสั้น หลังอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นมีความตึงตัว ทำให้เฟดต้องกลับมาใช้นโยบายงบดุลเพื่อบริหารเงินสำรองตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 ทั้งนี้ ภายใต้กฎเกณฑ์ของภาคธนาคารในปัจจุบัน การปรับลดงบดุลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับกติกาที่ทำให้สถาบันการเงินต้องการถือเงินสำรองน้อยลง ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีข้อจำกัดและอาจไม่เกิดขึ้นง่ายในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตาม กระบวนการแต่งตั้งนายเควิน วอร์ช อย่างใกล้ชิด หลังสมาชิกวุฒิสภาพรรคริพับลิกันบางส่วนส่งสัญญาณว่าจะไม่ให้การรับรองผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานเฟด หากการสอบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับนายเจอโรม พาวเวลล์ ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้กระบวนการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ล่าช้าออกไป
สำหรับประวัติการทำงานที่ผ่านมา นายเควิน วอร์ช เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงเศรษฐกิจ การเงิน และการเมืองของสหรัฐฯ โดยเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับทำเนียบขาวในช่วงปี 2545 – 2549 ก่อนจะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระหว่างปี 2549 – 2554 นอกจากนี้ ยังเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับเชิญให้แสดงความเห็นและบรรยายในเวทีของสถาบันวิจัยชั้นนำ เช่น Hoover Institution อย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว:
“ทองคำปี 69” ร้อนแรงไม่แผ่ว เปิด 3 ปัจจัยดันราคาทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์
"เงินบาท" ซื้อขาย 33.40-34 จับตาประชุมเฟดสัปดาห์นี้
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ดัน “ทองคำ”ปรับตัวขึ้น










