คนรุ่นใหม่สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ของไทยในปัจจุบัน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ระบบการศึกษา และอนาคตการทำงาน โดยมองว่านโยบายจ่ายเงินระยะสั้นไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนการศึกษา ภาคเกษตรกรรม และสร้างโอกาสการมีงานทำของบัณฑิตจบใหม่อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2569 ไทยพีบีเอสออนไลน์ ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นเรื่องความคาดหวังการแก้ไขปัญหาประเทศจากรัฐบาลใหม่ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง นักศึกษามองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและโอกาสทางอาชีพในอนาคต
ปัจจุบันการเรียนการสอนยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านทักษะการใช้ภาษาให้มีประสิทธิภาพที่จำเป็นต่อโลกการทำงานยุคใหม่ รูปแบบการเรียนที่ยังเน้นการท่องจำมากกว่าการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ ทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสพัฒนาทักษะที่หลากหลายและการคิดนอกกรอบ
หลายคนจึงอยากเห็นการศึกษาที่มีความเท่าเทียม ทั่วถึง และยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนจากครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านฐานะทางการเงิน สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างแท้จริง ผ่านนโยบายเรียนฟรีของรัฐและการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งในแง่สิทธิการเรียนฟรี การลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และการขยายสายการเรียนที่เชื่อมโยงกับอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเองได้จริง
ขณะเดียวกันนักศึกษาอีกส่วนมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน โดยเฉพาะราคาอาหาร สินค้าอุปโภค-บริโภค ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนต้องพึ่งพามาตรการช่วยเหลือจากรัฐเป็นครั้งคราว
ยกตัวอย่าง โครงการคนละครึ่ง แม้มาตรการลักษณะนี้ช่วยบรรเทาภาระได้ แต่เป็นเพียงชั่วคราว ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้านรายได้และราคาสินค้าอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ประเทศไทยซึ่งมีฐานเศรษฐกิจด้านเกษตรกรรม กลับพบว่าเกษตรกรจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวที่หลายครอบครัวเลิกปลูกจำหน่ายเพราะไม่คุ้มทุน สวนทางกับราคาสินค้าในตลาดที่ปรับสูงขึ้น อีกทั้งยังขาดการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากทางภาครัฐ ตั้งแต่ขบวนการผลิต แปรรูป การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการขยายตลาดและเชื่อมโยงทุนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนความจำเป็นที่รัฐควรสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเทคโนโลยี การตลาด และการประกันรายได้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานราก
ปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่กระทบต่อค่าครองชีพโดยรวม ซึ่งมีผลต่อค่าขนส่งและราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านพลังงานในระดับหนึ่ง นักศึกษาจึงมีข้อเสนอให้ภาครัฐบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น
ท้ายที่สุด ความกังวลทั้งหมดสะท้อนมาที่อนาคตของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งมองว่าตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง ตำแหน่งงานที่มั่นคงมีจำกัด และโอกาสได้งานที่ดีเป็นเรื่องยาก หากไม่มีทุนหรือเครือข่ายสนับสนุน
จึงอยากเห็นมาตรการที่เชื่อมโยงการศึกษากับตลาดแรงงานอย่างจริงจัง การพัฒนาทักษะเพิ่มเติม และการสร้างงานรองรับบัณฑิตจบใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
เสียงสะท้อนจากนักศึกษาครั้งนี้ สะท้อนภาพรวมของปัญหาที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่การศึกษา เศรษฐกิจฐานราก ค่าครองชีพ ไปจนถึงโอกาสในการทำงาน ซึ่งประชาชนรุ่นใหม่ต้องการเห็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มากกว่ามาตรการระยะสั้น เพื่อสร้างเสถียรภาพทางรายได้ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และความมั่นคงในอนาคตอย่างยั่งยืน
รายงาน : ฐปริญญาธร บวชสันเทียะ นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ (นักศึกษาฝึกงาน)
ข่าวอื่น :
โค้งสุดท้าย! ภาพจำคนไทย “พรรคการเมือง” ไหน ได้ใจประชาชนมากที่สุด










