ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

นโยบายมัดใจ “คนพิการ” พรรคการเมือง โค้งสุดท้าย “ขายฝัน” ?

การเมือง
17:35
710
นโยบายมัดใจ “คนพิการ” พรรคการเมือง โค้งสุดท้าย “ขายฝัน” ?

ในปี 2568 สถานการณ์คนพิการในประเทศไทย มีจำนวน2,242,693 ล้านคน จำนวนนี้เป็นวัยแรงงานที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปี กว่า 8 แสนคน และเป็นผู้สูงอายุขึ้นไปจำนวน 1.3 ล้านคน ส่วนที่เหลือเป็นวัยแรกเกิดและวัยเด็ก โดยทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่าง ๆ แม้จะให้ความสำคัญต่อผู้พิการ แต่ส่วนใหญ่มักไม่ได้บรรจุไว้ในนโยบายที่ใช้หาเสียง

แม้จะเข้าสู้โค้งท้ายสุด ของสัปดาห์สุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ทางสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายองค์กรคนพิการจัดเวที “สแกนนโยบายพรรคการเมืองด้านคนพิการ...คำสัญญาหรือแค่ลวงคะแนน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองแถลงนโยบายและมาตรการเชิงปฏิบัติต่อสาธารณะอย่างเท่าเทียม โปร่งใสและเป็นธรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ( 4 ก.พ.2569)

โดยสมาคมฯ ได้ประกาศข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามมติสมัชชาคนพิการแห่งชาติและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567รวม10 ประการ เช่น การเร่งปรับปรุงและบังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดบริการแก่คนพิการในท้องถิ่นและชุมชน เพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการ 3,000 บาทถ้วนหน้าส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการ โดยภาครัฐต้องเป็นตัวอย่างในการจ้างคนพิการเข้าทำงาน เพิ่มการเข้าถึงระบบอินเทอร์เนต และเข้าถึงเงินกู้เพื่อสร้างอาชีพในโซเชียลมีเดีย

ในเวทีดังกล่าว ได้มีตัวแทนจาก 9 พรรคการเมือง เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคเศรษฐกิจ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคไทยก้าวใหม่

พีรวิชญ์ ขันติศุข หรือ “ป๊อปปี้” ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจัดทำนโยบาย 3 เสาหลักเพื่อคนพิการ ได้แก่ 1.ปรับสวัสดิการคนพิการเทียบเท่าสากล 2.เพิ่มนโยบาย R&D ส่งเสริมการผลิตอุปกรณ์เพื่อคนพิการในประเทศไทย 3.เติมเงินให้คนพิการเพิ่มและเพิ่มงบรายหัวในการรักษาพยาบาลคนพิการ

รวมทั้งยกระดับการศึกษาเท่าเทียม และหากได้เป็นรัฐบาลจะเสนอให้มีการยกเครื่องพ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพคนพิการให้มีงานทำ หรือ เรียนให้ครบจบได้งาน พร้อมสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้คนพิการมีโอกาสเขาไปค้นคว้าเพิ่มทางเลือกในการทำงานใหม่ๆ

ขณะที่ ปทิตตา ไชยปาน ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ในฐานะที่เป็นผู้ทุพลภาพทางสายตา และเคยเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นความสำคัญและปัญหาของผู้พิการ โดยเฉพาะในการยังชีพ เรื่องปากท้อง พรรคฯจึงมีนโยบายปรับเพิ่มเบี้ยคนพิการ เป็น 1,600 บาท หรือ1,800 บาท เมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป ส่งเสริมสวัสดิการ และการศึกษาให้คนพิการได้เรียนเพิ่มขึ้น โดยสถานศึกษาปฏิเสธคนพิการเข้าเรียนไม่ได้

“ส่วนการประกอบอาชีพจะเสนอให้มีการแก้กฎหมายรับผู้พิการเข้าทำงาน ปัจจุบัน แม้ภาคเอกชนและภาครัฐจะให้โอกาสคนพิการเข้าทำงานและมีการแจ้งงานอยู่แล้วตามกฎหมายกำหนด แต่ยังไม่เพียงพอกับจำนวนผู้พิการที่ยังเหลืออยู่อีก 6.3 หมื่นคน หากมีแรงจูงใจอื่น ๆ ให้บริษัทเอกชนรับผู้พิการทำงานเพิ่มขึ้นตามโควตา จะเป็นโอกาสที่ดี ที่ผ่านมาแม้ไทยจะมีกฎหมายสำหรับคนพิการ แต่ไม่ว่ากฎหมายจะดีอย่างไร หากไม่เกิดการปฎิบัติจริงก็ยากที่จะได้ทำได้”

 

ด้านนายอรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนมา พร้อมวีลแชร์กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคนพิการคนหนึ่ง ตั้งแต่เกิดมาต้องเผชิญกับสภาพที่เรียกว่า 3 อ. ซึ่งเข้าใจดี คือ อึดอัด เพราะคนในสังคมและครอบครัวไม่เข้าใจ มองว่า คนพิการน่าสงสาร อ.อดมื้อกินมื้อเนื่องจากเบี้ยยังชีพคนพิการมีตำกัด และคนพิการหางานทำได้ยาก และอ.อาภัพ ขาดโอกาส ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม

แม้จะได้รับการจ้างงานก็ถูกเอาเปรียบ เป็นกลุ่มผู้เปราะบางที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐ ทำอย่างไรเราจึงจะอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี พรรคประชาชนมีนโยบายเพิ่มเบี้ยคนพิการ 1,000 บาทถ้วนหน้า ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 1,500บาท ในปี 2573

นายอรรถพล บอกว่า ข้อเสนอของพรรคประชาชน คือ จะทำธนาคารคลังอุปกรณ์คนพิการ และสร้างศูนย์ดูและคนพิการ ให้สิทธิคนพิการตัดสินใจได้เองจะอยู่กับครอบครัวหรืออยู่ที่ศูนย์ฯ และสร้างเครือข่ายอสม.ให้ความช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุจัดบริการระบบสาธารณในการเดินทาง เพื่อไม่ต้องเหมารถไปหาหมอเป็นสวัสดิการส่วนรวมสำหรับผู้พิการ

 

ส่วนนพ.เอกภพ เพียรพิเศษหรือหมอเอก ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เวทีนี้ตั้งใจมาเพื่อรับฟังข้อเสนอจากคนพิการและนโยบายของทุกพรรคที่จะสนับสนุนคนพิการ ที่ผ่านมา รัฐบาลภูมิใจไทยได้แก้ปัญหาการออกใบคนพิการ ปรับแก้กฏระเบียบกองทุนฟื้นฟูอบจ. เพื่อดูแลผู้สูงอายุและคนพิการที่บ้าน และจะขยายในระดับจังหวัด

สิ่งที่ภูมิใจไทยทำคือเพิ่มแต้มต่อให้คนพิการ หรือพลัสคนพิการเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้เรียนออนไลน์ ทุกที่และเนตฟรีสำหรับเข้าเรียนให้สิทธิในการเรียนรู้ เข้าถึงAI และ สร้างชุมชนเข้มแข็งให้ผู้พิการต่อไป

โดยผู้แทนจาก 9 พรรคการเมืองที่เข้าร่วมเสนอนโยบายเพื่อผู้พิการต่างรับปากว่า พร้อมจะผลักดันร่างกฏหมายเพื่อคนพิการ ให้มีสิทธิ มีศักดิ์ศรี มีสวัสดิการและการศึกษาที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานวิจัยพบว่า 65%ของคนพิการที่ขึ้นทะเบียน มีการศึกษาที่ระดับประถมเท่านั้น มีคนพิการที่จบปริญญาตรีน้อยมาก ทั้งที่ การศึกษามีผลต่อการมีงานทำและมีผลต่อรายได้ในการเลี้ยงชีพของคนพิการ

ถือเป็นนโยบายสำคัญสำหรับผู้พิการทั่วประเทศ ที่ถูกระบุไว้ในนโยบายทุกพรรคการเมือง และหลังเสร็จศึกการเลือกตั้ง 2569 ต้องติดตามว่า พรรคไหนได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล นโยบายที่ใช้มัดใจใครทำได้หรือไม่ได้ ต้องติดตามตอนต่อไป

อ่านข่าว

พลิกปูม 7 รายชื่อผู้สมัคร สส. คำสั่งศาลฎีกา “ถอนชื่อ” ห้ามลงคะแนน