ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ไทรวมพลัง "ม้ามืด" พรรคชายแดน "โค่นบ้านใหญ่" คว้า 6 สส.

การเมือง
14:21
14,162
ไทรวมพลัง "ม้ามืด" พรรคชายแดน "โค่นบ้านใหญ่" คว้า 6 สส.
อ่านให้ฟัง
06:24อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

กลายเป็น "ม้ามืด" เมื่อพรรคเล็กนอกสายตา “ไทรวมพลัง” กวาดเก้าอี้ สส.เมืองดอกบัว “อุบลราชธานี” ได้ถึง 4 เขตเลือกตั้ง จากทั้งหมด 11 เขต แถมยังชิง สส.เขตมาได้อีก 1 เก้าอี้ ในแดนสะตอ จ.สุราษฎร์ธานี รวมทั้งปาร์ตี้ลิสต์อีก 1 เก้าอี้ ทำให้ “ลอยลำ” เข้าสภาแบบชิลชิล ชนิดหักปากเซียน รวม 6 คน

เลือกตั้งปี 2569 ในพื้นที่เขต 2 จ.อุบลราชธานี “ณรงค์ชัย วีระกุล” พรรคไทรวมพลัง ได้คะแนน 35,844 เสียง ชนะขาด วุฒิพงษ์ นามบุตร พรรคกล้าธรรม ได้จำนวน 33,353 คะแนน

เขต 3 พิมพกาญจน์ พลสมัคร เป็นแชมป์สมัยที่ 2 กวาด 43,632 คะแนน เอาชนะ ณัฐนันท์ รัตโน เพื่อไทย ซึ่งได้ 22,798 คะแนน

เขต 9 จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้คะแนน 41,801 เสียง เอาชนะ รำพูล ตันติวณิชชานนท์ กล้าธรรม ซึ่งได้ 14,530 คะแนน

เขต 10 สมศักดิ์ บุณประชม หรือ “เสี่ยเซียง” เจ้าของสโลแกน “ทำก่อนพูด” มาเหนือด้วยจำนวน 59,424 เสียง เอาชนะคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

จ.สุราษฎร์ธานี เขต 3 วชิราภรณ์ กาญจนะ หรือ ดร.จ๋า “ลูกสาวบ้านใหญ่” ชุมพล-โสภา กาญจนะ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ เอาชนะ “ฤษพณ หวานแก้ว” พรรคกล้าธรรม โดย “วชิราภรณ์” ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาลงสมัครในนามพรรคไทรวมพลัง เดิมมีฐานหลักในภาคอีสาน  ในการเลือกตั้งปี 2566 วชิราภรณ์คว้าแชมป์เขตด้วยคะแนน 46,456 คะแนน

รอบนี้ “ไทรวมพลัง” ส่งผู้สมัคร สส. 11 เขตแยกเป็น จ.อุบลราชธานี 6 เขต และ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 5 เขต พร้อมกับ สส.บัญชีรายชื่อ ที่มี “กังฟู” วสวรรธน์ พวงพรศรี อยู่ในลำดับที่ 1 

“กังฟู” วสวรรธน์ หัวหน้าพรรคฯ ถือเป็นคนหนุ่มฯ มาจากครอบครัวนักการเมือง เกิดที่ จ.นครราชสีมา เติบโตที่เมืองอ่างทอง เรียนหนังสือระดับมัธยมที่ชลบุรี จบการศึกษาระดับ HighSchool ที่สหรัฐอเมริกา มีประสบการณ์ด้านธุรกิจส่ง ออกสินค้าเกษตรและงานการเมืองท้องถิ่น มี “วรเชษฐ เชิดชู” เป็นเลขาธิการพรรค

ต้องไม่ลืมว่า แม้จะเป็นพรรคเล็ก แต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ไทรวมพลังส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 19 คน ไม่มีชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ได้สส.เขต 2 คน คือ พิมพกาญจน์ หรืออดีต สจ.หน่อย เขต 3 ซึ่งล้มช้างอย่าง ชูวิทย์ กุ่ย หรือ “ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ” อดีต สส.เพื่อไทย หลายสมัย ขณะที่ “เสี่ยเซียง” หรือ “สมศักดิ์” เขต 10 เอาชนะ “สมคิด เชื้อคง” อดีต สส.เพื่อไทย เข้ามาได้แบบเหนือความคาดหมาย

ก่อนเป็น “เพื่อไทรวมพลัง” เคยใช้ชื่อ “พรรคใจถึงใจ ภูมิใจไทย” ก่อนจะใช้ชื่อสุดท้าย “พรรคไทรวมพลัง” โดยมี “วสวรรธน์” หรือ “กังฟู” เป็นหัวหน้าพรรคฯ เขาเป็นลูกชายของ “มนัสมนต์ จิตรพิทักษ์เลิศ” ซึ่งเป็นพี่สาว “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยา “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” หรือ “กำนันป้อ” อดีต รมช.คมนาคม

ยลดา เป็นสะใภ้ใหญ่ค่ายแป้งมันโคราช  ส่วน “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” น้องสาว เป็นสะใภ้รองค่ายแป้งมันเอี่ยมเฮง แห่งเมืองดอกบัว ผลการเลือกตั้ง “บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล” น้า-หลาน “จิตรวรรณและกังฟู-วสวรรธน์” จูงมือกันเข้าสภาได้อย่างสบาย

สำหรับ “เพื่อไทรวมพลัง” ถือเป็นพรรคการเมืองคนชายแดนภาคอีสาน เกาะติดพื้นที่และชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ตั้งแต่ช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 จนถึงปี 2568 เกิดสงครามการสู้รบระหว่างไทย-เขมร ทั้ง 2 รอบ ในเดือน ก.ค.และเดือน ธ.ค.2568 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านช่องบก-ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

ทั้ง “กังฟู” วสวรรธน์ และ“เสี่ยเซียง” สมศักดิ์ ไม่เคยทิ้งพื้นที่ คอยให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องอพยพ และให้กำลังใจทหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยศักยภาพเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลลำปางก่อสร้าง (ศรีสมหวัง) จึงให้การสนับสนุนอุปกรณ์ในการซ่อมแซมถนน ทำบังเกอร์ และด้านอื่น ๆ จนได้ใจคนในพื้นที่

หลังก่อนหน้านี้ เคยช่วยและให้การสนับสนุนการสร้างถนน สร้างสนามกีฬา สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา จัดแข่งขันกีฬาเยาวชนระดับตำบล ระดับอำเภอ ไม่เคยขาดการเข้าร่วมงานบุญประเพณีประจำปี

แม้จะเป็นพรรคเล็กนอกสายตา แต่การขยายฐานจากอีสานลงใต้ และได้เก้าอี้เพิ่มในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยสามารถมัดใจ ”ชาวบ้าน” ที่อยู่ริมชอบชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.อุบลราชธานีได้ ถือว่าไม่ธรรมดา แม้จะมี “บ้านใหญ่” เข้าร่วมโค่นแชมป์เก่า ที่เป็น “บ้านใหญ่” ที่ใหญ่กว่า แต่การเป็นปากเสียงแทนคนตัวเล็ก จะทำได้จริงหรือไม่ เวลาจะพิสูจน์

อ่านข่าว:

นโยบายมัดใจ “คนพิการ” พรรคการเมือง โค้งสุดท้าย “ขายฝัน” ?

"ทิ้งทวน" สนามกทม. 4 พรรคใหญ่ "พลิกเกม" เจาะสส.เมืองหลวง