วันนี้ (10 ก.พ.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงคดีที่ป.ป.ช.ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสนอแก้ มาตรา 112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ร้ายแรงว่า เป็นสิ่งที่อาจจะต้องเห็นหนังม้วนนี้ฉายซ้ำๆ ตั้งแต่สมัยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และล่าสุดว่าที่ สส.10 คนของพรรคประชาชน ตราบใดที่ยังไม่แก้ไขระบบการเมือง และขอบคุณเสียงเห็นชอบประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เพื่อทำให้องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช., สตง., ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต. ระบบการเมืองมีความโปร่งใส ลงโทษนักการเมืองที่โกงกิน ไม่ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทำลายล้างทางการเมือง ให้มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด วาระสำคัญคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติ
และยอมรับว่าการที่ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องไปยังศาลฎีกาส่งผลต่อการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งขณะนี้กำลังหารือภายในพรรค และส่วนตัวในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนคนปัจจุบัน ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่หน้าที่ในตอนนี้คือการทำให้พรรคเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงและเข้มแข็ง
ยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อไปอย่างเต็มที่ ส่วนในอนาคตหากมีการรับรองผลการเลือกตั้ง และเปิดสมัยประชุมสภาจะมีการแต่งตั้งตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน จะบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งพรรคจะหารือภายในก่อน
นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าการทำหนังสือคำร้องถึงศาลฎีกาเพื่อขอพิจารณาไม่สั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จากคดี 44 สส. สามารถทำได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ หากไม่ยื่นคำร้อง ศาลฎีกาทำได้อย่างเดียวคือต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
“แต่ถ้าเรายื่นคำร้อง ศาลยังมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยว่าสั่งให้หยุดหรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และตอนนี้ทีมกฎหมายของพรรค นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค เตรียมคำร้องไว้สำหรับทั้ง 10 คนแล้ว และจะยื่นให้ทันภายในกำหนด 30 วันนี้แน่นอน ยังเชื่อว่าศาลฎีกาจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงข้อกล่าวหาตามคำร้องของสำนวน ป.ป.ช. ว่าการแก้ไขกฎหมายที่ได้เสนอการใช้อำนาจปกติในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ควรถูกกล่าวหาว่าเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือล้มล้างการปกครอง ผมเองอยากจะให้ศาลฎีกาให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา ในเรื่องการต่อสู้ด้านคดีด้านกฎหมาย จัดการไว้หมดแล้ว
นายณัฐพงษ์ ยังระบุถึงแผนรองรับหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่ได้เข้าสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่า ปัจจุบันหลายคนมีศักยภาพสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคในรุ่นถัดไปได้ แต่การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว ขอหารือในพรรค เพราะทุกอย่างจะต้องเป็นกระบวนการที่ถูกต้องภายในพรรคประชาชน
ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคจะไม่ขาดเสถียรภาพ สิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพของพรรคคือ แกนนำพรรคในปัจจุบัน ตนเองและเลขาธิการพรรค ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ให้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง เพราะยังมีการอบรมผู้สมัครก่อนเข้าสภา การต่อสู้คดี 44 สส. ส่วนตำแหน่งประธานกรรมาธิการต้องมีการตกลง ว่าจะใช้ชุดไหนบ้าง ซึ่งยังมีอีกหลายเรื่องขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน
หากถึงเวลาต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรค กระบวนการภายในพรรค ไม่ได้ติดใจอะไร
อ่านข่าว :
ป.ป.ช.ชี้มูล 44 สส.ก้าวไกลผิดจริยธรรมร้ายแรงชงแก้ ม.112 - ส่งศาลฎีกา
เลือกตั้ง 2569 : "ชัยธวัช" มั่นใจ ปชน.กวาด สส.กทม.ไม่ต่ำกว่า 30 เขต










