วันนี้ ( 13 ก.พ.2569) น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป หรือ EU รอบที่ 8 ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.ที่ผ่านมาที่จ.เชียงใหม่ โดยในภาพรวมการเจรจามีความคืบหน้าที่ดีอย่างต่อเนื่อง และสามารถหาข้อสรุปข้อบทได้เพิ่มขึ้นสามบท (chapter) ได้แก่ มาตรการเยียวยาทางการค้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบหากมีการทะลักของสินค้านำเข้าจากการลด/ยกเลิกภาษี ข้อยกเว้นในการใช้มาตรการต่างๆ ภายใต้ FTA เช่น ข้อยกเว้นเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และข้อยกเว้นด้านความมั่นคง เป็นต้น
และ หลักการประติบัติเยี่ยงคนชาติและการเปิดตลาดการค้าสินค้า ซึ่งเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ด้านการค้าสินค้าระหว่างประเทศคู่ภาคี รวมทั้งได้ข้อสรุปในหัวข้อย่อยเรื่องกฎระเบียบด้านการบริการจัดส่งภายใต้บทการค้าบริการและการลงทุน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและความโปร่งใสด้านกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจสาขาดังกล่าว
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
การได้ข้อสรุปเพิ่มเติมในรอบนี้ ส่งผลให้เมื่อรวมกับบทที่ได้ข้อสรุปแล้วในการเจรจาก่อนหน้านี้ ทำให้การเจรจาสามารถสรุปข้อบทได้แล้ว รวม 11 บท จากทั้งหมด 24 บท ซึ่งการเจรจาในข้อบทที่เหลือหลายเรื่องมีความคืบหน้าไปมาก ตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้
สำหรับในขั้นตอนต่อไป ทั้งสองฝ่ายกำหนดแผนการดำเนินงาน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการจัดประชุมหารือระหว่างรอบ (intersessions) ในส่วนของฝ่ายไทย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเจรจารอบถัดไปซึ่งมีกำหนดในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 มีความคืบหน้ามากที่สุด
การประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป หรือ EU รอบที่ 8 ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.ที่ผ่านมาที่จ.เชียงใหม่
น.ส.โชติมา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำ FTA ไทย-EU เป็นเรื่องที่ภาคส่วนต่างๆ ให้ความสำคัญ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน รักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ และยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบการค้าของไทยให้เป็นสากลสอดคล้องกับระเบียบโลกใหม่
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีความผันผวนมากขึ้น หลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพันธมิตรทางการค้า ผ่านการเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศต่างๆ โดยล่าสุดไทยได้สรุปผลการเจรจา FTA กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ในขณะที่ EU สรุปผลการเจรจา FTA กับอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายน 2568 และอยู่ระหว่างการเจรจากับไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ ในปี 2568 ตลาด EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น การค้าระหว่างไทยกับ EU มีมูลค่า 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่ 3.44% โดยไทยส่งออกไป EU มูลค่า 26,449.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 9.27% และไทยนำเข้าจาก EU มูลค่า 18,584.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี2567 ที่ 3.86%
การประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป หรือ EU รอบที่ 8 ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.ที่ผ่านมาที่จ.เชียงใหม่
สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าที่สำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์
อ่านข่าว:
FTA โอกาสรอดบนเวทีการค้าโลก ท่วมกลางความท้าทายกติกาการค้าใหม่
จีนต้องการน้ำมันปาล์มเพิ่ม สนค. ชี้โอกาสส่งออก ลดพึ่งพาตลาดอินเดีย
การค้าไทย- FTA 10 เดือนพุ่ง 13% กรมเจรจาฯ เร่งปิดดีล เปิดเจรจาคู่ค้าใหม่










