เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง "สมชัย" ชี้บาร์โค้ดอาจเข้าข่ายผิด รธน.

การเมือง
11:45
จำนวนผู้ชม 17,240
เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง "สมชัย" ชี้บาร์โค้ดอาจเข้าข่ายผิด รธน.
ประชาชนกังขากรณีบาร์โค้ด-QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ที่อาจเชื่อมโยงข้อมูลย้อนหลังได้ กกต.ยันเป็นเพียงมาตรการรักษาความปลอดภัย ขณะที่เปิดชื่อ 3 บริษัทรับงานพิมพ์บัตรกว่า 168 ล้านใบ มูลค่า 204 ล้านบาท และอดีต กกต. เตือนอาจขัด รธน. เรื่องการลงคะแนนลับ

วันนี้ (13 ก.พ.2569) การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ก่อให้เกิดคำถามและความไม่มั่นใจในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะประเด็นล่าสุดเกี่ยวกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ แม้ กกต.จะจัดแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการ แต่ก็ยังไม่สามารถลดความกังวลของสาธารณชนลงได้

จากการตรวจสอบพบว่า การสแกนบาร์โค้ดบนบัตรจะแสดงรหัสเฉพาะที่ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลข 8 หลัก ซึ่งไม่ซ้ำกัน แต่สังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่ารูปแบบดังกล่าวคล้ายคลึงกับข้อมูลบนต้นขั้วบัตร ซึ่งระบุชุดและเลขที่บัตร โดยผู้ลงคะแนนต้องลงลายมือชื่อ ทำให้เกิดความสงสัยว่าอาจสามารถสืบย้อนกลับไปยังผลการลงคะแนนของบุคคลได้หรือไม่

ภาพประกอบข่าว เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

ร.ต.ท.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ให้คำอธิบายว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการด้านความมั่นคงเพื่อระบุว่าบัตรมาจากรอบไหน หน่วยเลือกตั้งใด และล็อตการพิมพ์ที่เฉพาะเจาะจง โดยบันทึกข้อมูลการพิมพ์ เวลา และการแจกจ่ายไปยังเขตต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการควบคุมและตรวจสอบเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการระบุหน่วยเลือกตั้งหรือข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนบาร์โค้ด ถือเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นสูงที่ช่วยติดตามแหล่งที่มาและการกระจาย ไม่ใช่เพื่อระบุพรรคการเมืองหรือผลคะแนนแต่อย่างใด ร.ต.อ.ภาสกร กล่าวยืนยัน

นอกจากนี้ มีการเปิดเผยชื่อบริษัท 3 แห่งที่ได้รับมอบหมายให้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรออกเสียงประชามติ รวมกว่า 168 ล้านฉบับ มูลค่ารวม 204 ล้านบาท ได้แก่

1. บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (สีเขียว) จำนวน 56,100,000 ฉบับ ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ราคาเสนอ 67,320,000 บาท รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ภาพประกอบข่าว เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

2. บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด รับพิมพ์บัตรแบบบัญชีรายชื่อ (สีชมพู) จำนวนเดียวกัน ราคาเสนอ 81,345,000 บาท

ภาพประกอบข่าว เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

3. โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง รับพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ ราคาเสนอ 56,100,000 บาท

ภาพประกอบข่าว เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

โดยเอกสารทั้งหมดลงนามโดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2568

ในขณะเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่าบัตรดังกล่าวมีต้นทุนสูง เช่น บัตรสีชมพูใบละ 1.40 บาท บัตรสีเขียว 1.20 บาท และบัตรสีเหลือง 1.00 บาท โดยใช้โรงพิมพ์ 3 แห่งพิมพ์ประมาณแห่งละ 56 ล้านใบ

ความแพงนี้มาจากคุณสมบัติพิเศษ เช่น ลวดลาย ลายน้ำที่มองเห็นด้วยแสงอัลตราไวโอเลต และตัวอักษรขนาดเล็กที่ต้องใช้แว่นขยาย ซึ่งเป็นรหัสลับเพื่อป้องกันการปลอมแปลง สอดคล้องกับระเบียบการเลือกตั้งข้อ 129 ที่อนุญาตให้เพิ่มรหัสพิเศษโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อติดตามย้อนหลังว่าบัตรใบไหนมาจากเล่มใด เลขที่เท่าไร หรือตรงกับลายเซ็นในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ (ส.ส.1/3)

หากบาร์โค้ดสามารถสืบย้อนได้จริง จะขัดต่อมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นแบบโดยตรงและลับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ตามมา

ภาพประกอบข่าว เปิดชื่อ 3 บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

อ่านข่าวอื่น :

"รล.เทพา" ขับไล่เรือประมงต่างชาติ 30 ลำรุกล้ำทะเลไทย

"พิชาย" มองปม “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง ชี้อาจถูกร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ผอ.ศศิพัชร” ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ