วันนี้ (20 ก.พ.2569) น.ส.ฐิติวรดา เอกบงกชกุล ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวัง และประเมินสภาวการณ์ทุจริต เปิดเผยว่า วันที่ 17-18 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักเฝ้าระวังฯ สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , ผู้แทนสำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่เฝ้าระวัง และป้องปรามการทุจริตโครงการ ตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ใน 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ สปส. ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ติดตามการดำเนินโครงการเงินสมทบกองทุนประกันสังคมฝ่ายรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการลงทุนทางสังคมผ่านโครงการสินเชื่อ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (พ.ศ.2568-2569) งบประมาณ 10,000 ล้านบาท ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน และแนวทางการดำเนินงาน โดย ป.ป.ช., ป.ป.ท. และสำนักงบประมาณ ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด
ต่อมาวันที่ 18 ก.พ.2569 ลงพื้นที่ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อติดตามโครงการค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง เพื่อเป็นค่าจ้างผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน วงเงิน 1,115,268,300 บาท ซึ่ง สปสช. ได้ชี้แจงภาพรวมการดำเนินโครงการในระดับประเทศ
จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกัน ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการในระดับพื้นที่ ที่เทศบาลเมืองท่าโขลง จ.ปทุมธานี โดยประชุมร่วมกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองท่าโขลง พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงด้วย
จากการลงพื้นที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส
อ่านข่าว
"เงินฌาปนกิจสงเคราะห์" ความหวังสุดท้ายหรือกับดักความเสี่ยงของผู้สูงวัย ?
ศาลสั่งประหารชีวิต "แอม" วางไซยาไนด์ "สารวัตรปู" ลดโทษจำคุกตลอดชีวิต
สดุดี 3 ทหารกล้า เปลี่ยนชื่อถนนเป็น “นาคทองดีศรประดิษฐ์พลเยี่ยม”










