วันนี้ (24 ก.พ.2569) ศูนย์วิจัยกรุงไทย (Krungthai CIO) วิเคราะห์มุมมองตลาดการเงินโลกเข้าสู่จุดเปลี่ยน หลังศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา ระงับอำนาจจัดเก็บภาษีตามกฎหมาย IEEPA ของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว เป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนเชิงนโยบายในระยะสั้น และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากภาครัฐสหรัฐฯ ยังมีทางเลือกทางกฎหมายอื่นในการดำเนินมาตรการภาษี และทิศทางนโยบายที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินในช่วงต่อจากนี้
ทั้งนี้ Krungthai CIO ประเมินว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าว ทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวแรงกว่าคาดปรับเพิ่มขึ้น โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ทั้งนี้ ความไม่ชัดเจนด้านนโยบายอาจทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนมากขึ้นในระยะสั้น ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนในภาวะที่นักลงทุนลดความเสี่ยง (Risk-off)
สำหรับประเทศไทย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 ก.พ.นี้ คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจเพิ่มเติม ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยถ้อยแถลงหลังการประชุมจะเป็นตัวกำหนดมุมมองต่อตลาดการเงินและค่าเงินบาทในระยะสั้น
ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุน แนะจัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy เพื่อรับมือความผันผวน เน้นกระจายการลงทุนทั้งสินทรัพย์เติบโตและสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง สำหรับสินทรัพย์เติบโตและทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีรายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอ รวมถึงกลุ่ม Semiconductor ที่ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ในระยะยาว ขณะเดียวกัน ควรถือทองคำเพื่อช่วยลดความผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าและเศรษฐกิจโลก พร้อมกระจายการลงทุนไปยังตลาดที่มีศักยภาพเติบโตอย่างอินเดียและเวียดนาม เพื่อสร้างสมดุลและเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตในระยะต่อไป
อ่านข่าว:
"ภาษีทรัมป์" ดันนำเข้ากลุ่มอาหารเพิ่ม พาณิชย์ย้ำ เจรจาการค้าต้องเดินต่อ
ศาลสั่งเพิกถอนภาษีทรัมป์ นักวิชาการไทย ชี้สหรัฐฯ จะกีดกันการค้าต่อ
“ทรัมป์” เดือดขึ้นภาษีใหม่จากเดิม 10% เป็น15 % ทั่วโลกมีผลทันที
