สร้างอนุสาวรีย์ "นักรบกล้าเนิน 350" เชิดชู "วีรกรรม" ทหารไทย

อาชญากรรม
15:04
จำนวนผู้ชม 653
สร้างอนุสาวรีย์ "นักรบกล้าเนิน 350" เชิดชู "วีรกรรม" ทหารไทย

ไทย-เขมร ลงนามหยุดยิง ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 27 ธ.ค.2568 ผ่านไปแล้วเกือบ 2 เดือน ตลอดชายแดนไทย ตั้งแต่แนวรบพระวิหาร 4 จังหวัดอีสานใต้ และแนวรบตาพระยา 3 จังหวัดภาคตะวันออก ใช่จะไร้การก่อกวน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 มีกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม.ตกลงบริเวณที่พลาญหินแปดก้อน ด้าน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ จนทหารไทยต้องใช้อาวุธยิงแจ้งเตือนระงับเหตุ

ไม่ใช่แค่สร้างความรำคาญให้ทหารไทยที่อยู่หน้าแนว แต่ก่อนหน้านี้ทหารเขมร ยังจุดไฟเผาป่าในฝั่งประเทศตัวเอง หวังผลให้ลุกลามเข้ามายังฝั่งไทย ทั้งเผาเพื่อต้องการพื้นที่ ทำการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัยใหม่และหาของป่า ทำให้ไทยต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ว่าบางช่วงเวลาลมได้พัดเปลี่ยนทิศทางพาเชื้อไฟย้อนกลับไปฝั่งกัมพูชาก็ตาม

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2569 กองทัพภาคที่ 2  รายงานการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มี 3 จุด 2 จังหวัด คือ ด้านจ.สุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม-ช่องคลาคะมุม-ช่องเปรอ -ช่องระยี และจ.ศรีสะเกษ 2 จุด พื้นที่ซำแต-โดนตรวล-ภูผี-สะตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า และฝ่ายไทยยังคงยึดครองพื้นที่สำคัญและควบคุมสถานการณ์ได้

ภาพประกอบข่าว สร้างอนุสาวรีย์

นับแต่กองทัพภาค 2 เปิดปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ทางทหารในพื้นที่ตาควาย และสมรภูมิเนิน 350 เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2568 มีการยิงปะทะกันตลอด 5 วัน เป็นเหตุให้ จ.ส.อ. สำเริง คลังประโคน และพลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด ร.23 พัน.3 ต่อมาทั้งคู่ได้รับพระราชทานยศเป็น พล.ต.สำเริง และ ร.ต.ภานุพัฒน์ ตามลำดับ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์ “นักรบกล้าเนิน 350“ เพื่อสดุดีวีรกรรม ทหารที่พลีชีพปกป้องอธิปไตยประเทศ

ภาพประกอบข่าว สร้างอนุสาวรีย์

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เคยอธิบายความสำคัญของเนิน 350 ว่า การปะทะรอบแรกไทยไม่สามารถยังยึดคืนได้ แต่รอบสองยึดได้เบ็ดเสร็จ เนิน 350  ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการทหาร เนื่องจากเป็นจุดสูงข่ม (High Ground Advantage) ทำให้มีความได้เปรียบทางยุทธวิธี หากฝ่ายใดยึดเนินนี้ได้จะเสมือนยืนอยู่บนหอคอยสูง สามารถมองเห็นทัศนวิสัยได้กว้างไกล ใช้เป็นฐานสังเกตการณ์ ควบคุมแนวรบ ชี้เป้า และสกัดกั้นการเคลื่อนพลของอีกฝ่ายได้ง่ายหากใครยึดได้ ก็กุมความได้เปรียบในสนามรบ และอาจนำไปสู่ความได้เปรียบในการเจรจาเส้นเขตแดนในระดับประเทศด้วย

“เนิน 350 ไม่ใช่ชื่อทางภูมิศาสตร์ทั่วไป แต่เป็นชื่อเรียกทางยุทธวิธีของเนินเขาที่ตั้งอยู่บน แนวสันเขาพนมดงรัก โดยมีพิกัดอยู่ใกล้กับบริเวณ ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวปราสาท พื้นที่โดยรอบมีความสูงเฉลี่ยเพียง 200-300 เมตร แต่เนินนี้สูงถึง 350 เมตร”

ภาพประกอบข่าว สร้างอนุสาวรีย์

และเพื่อเชิดชูวีรกรรมของทหารไทยผู้เสียสละชีวิตในการปกป้องอธิปไตยของชาติ บริเวณเนิน 350 เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้ทำพิธีบวงสรวงวางศิลาฤกษ์สร้างอนุสาวรีย์ “นักรบกล้าเนิน 350” ได้นิมนต์ พระธรรมวชิรญาณโกศล หรือหลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร  ในฐานะผู้อุปถัมภ์การจัดสร้าง และเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พ.อ.ภาคภูมิ นภากาศ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 และ พ.ท.ศรายุทธ มาลาสาย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 กองพันที่ 1 ในฐานะผู้บังคับการในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล กล่าวว่า การก่อสร้าง “อนุสาวรีย์นักรบกล้าเนิน 350” มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงวีรกรรม ความกล้าหาญ และการเสียสละของทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย และภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ พื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนได้ศึกษาและสำนึกในคุณค่าของการเสียสละเพื่อประเทศชาติ

สำหรับผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง“อนุสาวรีย์นักรบกล้าเนิน 350” คือ นายไตรเทพ สหะขันธ์ โดยคณะผู้จัดสร้างได้ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนในการจัดสร้างอนุสาวรีย์ดังกล่าว โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี ธนาคารธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี ไทยนิยมพัฒนา (พัน.ร.22) เลขที่บัญชี 329-0-87943-7

แม้การสู้รบทั้ง 2 รอบระหว่างไทย-กัมพูชา จะจบลงแล้ว และไม่สามารถคาดเดาได้ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่การวีรกรรม การพลีชีพ และความเสียสละของทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ ยังอยู่ในความทรงจำของคนไทยเสมอ

 

ผู้เชี่ยวชาญเปิด 3 องค์ประกอบความร้อน เพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 สุรินทร์

เลิกค้ำ "ตระกูลฮุน" เจ้านโรดม จักราวุธ ทางเลือกใหม่ของ "จีน"

"อนุทิน-ศุภจี" หารือทูตจีน เร่งส่งออกข้าวล็อตแรก 40,000 ตัน ก.พ.นี้