อย่าเพิ่งทักผิด! รู้จัก "5 ดอกไม้แฝดสีส้ม" บานสะพรั่งรับลมร้อน

ไลฟ์สไตล์
12:21
จำนวนผู้ชม 380
อย่าเพิ่งทักผิด! รู้จัก "5 ดอกไม้แฝดสีส้ม" บานสะพรั่งรับลมร้อน
เมื่อลมร้อนพัดพาความแห้งแล้งมา สีสันอันร้อนแรงของเหล่า "พรรณไม้สีส้มแสด" ก็พร้อมใจกันเบ่งบานตามริมทางและป่าเขา ทว่าความคล้ายคลึงของรูปทรงและเฉดสี มักสร้างความสับสนให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ชวนไขรหัสลับพฤกษศาสตร์ช่วยแยก "5 แฝดส้ม" ได้อย่างแม่นยำ

ยามเข็มนาฬิกาของฤดูกาลหมุนเข้าสู่ช่วงรอยต่อระหว่างปลายฤดูหนาวเข้าต้นฤดูร้อน ทั่วไทยจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นภาพวาดที่แต่งแต้มด้วยเฉดสีส้มจัดจ้าน พรรณไม้ยืนต้นหลากชนิดต่างแข่งขันกันสลัดใบสีเขียวทิ้งจนโกร๋น เหลือเพียงกิ่งก้านที่ประดับประดาด้วยช่อดอกสีแสดสะพรั่งตัดกับแผ่นฟ้ากว้าง

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามทางสายตา แต่เป็นกลยุทธ์การอยู่รอดของพืชพรรณที่ปรับตัวให้เข้ากับความแห้งแล้ง โดยการลดการคายน้ำและดึงดูดแมลงผสมเกสรด้วยสีสันที่สดใสที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทว่าท่ามกลางความตระการตานั้น กลับแฝงไปด้วยปริศนาที่แม้แต่นักท่องเที่ยวที่หลงใหลธรรมชาติยังต้องเกาหัว ด้วยเฉดสี "ส้มแสด" ที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะมาจากเฉดสีเดียวกัน ทำให้เกิดการเรียกชื่อผิดสลับกันไปมาจนงุนงง ชวนเจาะลึกโครงสร้างของดอกไม้ 5 ชนิด ที่มีความคล้ายคลึงกัน

ทองกวาว ราชินีแห่งทุ่งอีสาน

ทองกวาว (Butea monosperma) หรือที่รู้จักกันในนาม "ดอกจาน" ในถิ่นอีสาน เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงประมาณ 8–20 เมตร ลำต้นมักคดงอเป็นปุ่มปม เปลือกแตกเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อนมีขนละเอียดสีน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว มี 3 ใบย่อย ออกหนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยค่อนข้างใหญ่ แผ่นใบหนาคล้ายหนัง ด้านล่างมีขนหนาแน่น โดยใบย่อยปลายสุดมีขนาดใหญ่กว่าใบย่อยด้านข้าง

ดอกออกเป็นช่อกระจะตามปลายกิ่งและเหนือรอยแผลใบ ยาวประมาณ 20–40 ซม. ลักษณะดอกแบบดอกถั่ว กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีส้ม 5 กลีบ โดยกลีบกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด มีเกสรเพศผู้ 10 เกสร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ผลเป็นฝักแบนรูปขอบขนาน มีขนสั้นนุ่มสีเงินปกคลุม ภายในมีเมล็ดรูปรี 1 เมล็ด ออกดอกช่วง ม.ค.–มี.ค. และติดผลช่วง เม.ย.–มิ.ย.

พืชชนิดนี้ชอบแสงแดด พบตามพื้นที่โล่ง ทุ่งนา ป่าบุ่งป่าทาม ชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และริมน้ำ ทั้งในพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงและพื้นที่ภูเขา ที่ความสูงไม่เกิน 400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบในประเทศไทยเกือบทุกภาค (ยกเว้นภาคใต้ที่พบได้น้อย) ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง

มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งเป็นสมุนไพร (เมล็ดใช้ถ่ายพยาธิ) ไม้ใช้สอยและเชื้อเพลิง ไม้ให้ร่มเงา รวมถึงดอกที่ให้สีแดงสำหรับย้อมผ้าและร้อยพวงมาลัย

ต้นทองกวาว

ต้นทองกวาว

งิ้วแดง ยักษ์ใหญ่ผู้มีหนามและตำนาน

งิ้วแดง (Bombax ceiba L.) ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15–25 เมตร ลำต้นตรง มีหนามกระจายทั่วไป เรือนยอดแผ่กว้างหรือเป็นทรงกลม ลักษณะโปร่ง ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงสลับ มีใบย่อย 5–7 ใบ รูปรีแกมรูปไข่ กว้างประมาณ 4–5 ซม. ยาว 8–15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียว ก้านใบรวมยาว 10–19 ซม.

ดอกออกเดี่ยวตามซอกใบหรือกิ่ง และมักออกดอกในช่วงที่ต้นทิ้งใบหมด ดอกมีสีแดงอมส้ม กลีบเลี้ยงสีเขียวเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ รูปรี หนา เกสรเพศผู้สีส้มอ่อนจำนวนมาก รวมเป็น 10 มัด ล้อมรอบเกสรเพศเมีย ผลเป็นผลแห้งรูปขอบขนาน กว้าง 4–6 ซม. ยาว 10–16 ซม. เมื่อแก่จะแตกกลางพู ภายในมีเมล็ดกลมที่มีปุยฝ้ายสีขาวหุ้ม

พืชชนิดนี้ชอบแสงแดดจัด พบได้ในพื้นที่ราบ ป่าเบญจพรรณ บริเวณเชิงเขาและไหล่เขา ที่ระดับความสูงประมาณ 100–600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน และกระจายพันธุ์ในหลายประเทศ เช่น ลาว อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา เนปาล และฟิลิปปินส์ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

ด้านสรรพคุณทางยา เปลือกต้นมีรสฝาด ใช้แก้ท้องเสียและบิด รวมถึงทำให้อาเจียน รากมีรสฝาดเมา ช่วยขับปัสสาวะ กระตุ้นร่างกาย และบำรุงกำลัง ใบใช้ภายนอกแก้ฟกช้ำ อักเสบ บวม ดอกมีรสหวานเย็น ใช้บรรเทาแผลน้ำร้อนลวก แก้คัน แก้ร้อนใน และช่วยให้นอนหลับ ผลมีรสหวานใช้แก้พิษงู เมล็ดใช้รักษาโรคผิวหนังและแผลติดเชื้อ ส่วนยางมีฤทธิ์กระตุ้นความต้องการทางเพศ ห้ามเลือดภายใน และแก้บิด

ต้นงิ้วแดง

แคแสด ถ้วยสวรรค์ชูยอด

แคแสด (Spathodea campanulata) เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงประมาณ 7–20 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องตามยาว เรือนยอดทรงกลมแน่นทึบ ให้ร่มเงาได้ดี ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกตรงข้าม ยาว 15–45 ซม. มีใบย่อย 4–9 คู่ รูปไข่หรือรูปรี ปลายเรียวแหลม โคนใบเบี้ยว ขอบใบเรียบ มีขนเล็กน้อย

ดอกออกเป็นช่อกระจะตั้งตรงที่ปลายยอด หนึ่งช่อมีดอกจำนวนมาก สีแดงหรือแดงอมส้ม ดอกทยอยบานครั้งละ 2–6 ดอก โดยบานจากด้านนอกเข้าด้านใน กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูประฆังเบี้ยว ปลายแยก 5 แฉก ขอบกลีบมีสีเหลืองหรือส้มอ่อน เกสรเพศผู้มี 4 อัน ก้านเกสรสีเหลือง ผลเป็นฝักรูปเรือ สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เมื่อแก่แตกด้านเดียว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ลักษณะแบนบางและมีปีกโดยรอบ

พืชชนิดนี้ชอบแสงแดดจัด เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่กลางแจ้ง และสามารถปรับตัวได้ในหลากหลายสภาพอากาศ มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปแอฟริกา เช่น ยูกันดาและเคนยาตะวันตก ปัจจุบันแพร่กระจายพันธุ์ในหลายภูมิภาคของโลก ทั้งเอเชีย แอฟริกา และทวีปอเมริกา การขยายพันธุ์นิยมเพาะเมล็ด โดยต้นที่มีอายุมากกว่า 4 ปีจึงจะเริ่มออกดอก ออกดอกและติดผลได้ตลอดปี โดยจะดกเป็นพิเศษในช่วงเดือน ต.ค.-ก.พ.

ในด้านการใช้ประโยชน์ แคแสดเป็นทั้งไม้ประดับที่โดดเด่นด้วยสีดอกสดใส และมีคุณค่าทางสมุนไพร เปลือกใช้รักษาโรคผิวหนัง แผลเรื้อรัง แก้บิด แก้ท้องผูกชนิดพรรดึก และบำรุงธาตุ ใบและดอกใช้พอกแผลหรือรักษาแผลเรื้อรัง นอกจากนี้เมล็ดยังสามารถนำมาใช้ย้อมผ้าให้สีแดงได้อีกด้วย

ต้นแคแดง

ต้นแคแดง

โสกสะปัน ลูกบอลสีเพลิง

โสกสะปัน (Brownea grandiceps Jacq.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงได้ถึงประมาณ 15 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 7–14 คู่ รูปรีหรือรูปแกมขอบขนาน ขนาดกว้างประมาณ 2.5–6 ซม. และยาว 5–18 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ให้ลักษณะพุ่มโปร่งสวยงาม

จุดเด่นของโสกสะปันอยู่ที่ดอกสีส้มออกแดงสด ออกเป็นช่อกลมขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14–18 ซม. ดอกย่อยจำนวนมากเรียงแน่นเป็นกระจุก กลีบรองดอกแยกเป็น 4 แฉก กลีบดอกมี 4 กลีบเรียงซ้อนกัน และมีเกสรเพศผู้ 6 อัน เมื่อออกดอกพร้อมกันจะให้สีสันโดดเด่นสะดุดตา

ผลเป็นฝักแบน ขนาดกว้าง 4.5–6 ซม. ยาว 12–29 ซม. ผิวมีขนแน่น เมื่อผลแก่จะแตกออก ภายใต้สภาพนิเวศพืชชนิดนี้ชอบแสงแดดจัด และสามารถพบได้ทุกภาคของประเทศไทย โดยเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มชื้นหรือบริเวณใกล้แหล่งน้ำ

โสกสะปันมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะประเทศเวเนซุเอลา จึงได้ชื่อว่า Rose of venezuela และกระจายพันธุ์ในหลายประเทศแถบอเมริกาใต้ เช่น บราซิล โคลอมเบีย กายอานา และเอกวาดอร์ การขยายพันธุ์ทำได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามสวนสาธารณะ สถานที่ราชการ หรือพื้นที่ภูมิทัศน์ต่าง ๆ เนื่องจากดอกมีความสวยงามโดดเด่นเป็นพิเศษ โดยจะออกดอกมากในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.

ต้นโสกสะปัน

ต้นโสกสะปัน

ส้มสุก หรือ โสกน้ำ ความละมุนสีส้มทองแห่งลุ่มน้ำ

ส้มสุก หรือ "โสกน้ำ" (Saraca Asoca L.) เป็นไม้ผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงได้ถึงประมาณ 20 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้ม ผิวเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้นตามยาว เรือนยอดทรงกลม พุ่มแน่นทึบ แตกกิ่งก้านจำนวนมาก โดยปลายกิ่งมักลู่ลงให้ร่มเงาดี เหมาะปลูกทั้งในพื้นที่กลางแจ้งและร่มรำไร

ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายคู่ เรียงเวียนตามกิ่ง ความยาวใบรวม 10–50 ซม. มีใบย่อย 1–7 คู่ เรียงตรงข้าม รูปใบหอกหรือรูปรีแกมไข่ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ผิวเกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อนสด ดอกออกเป็นช่อเชิงหลั่นตามซอกใบและปลายกิ่ง ยาว 3–15 ซม. ดอกขนาดเล็ก สีเหลืองอมส้มหรือส้มอมแดง มีกลิ่นหอม ไม่มีกลีบดอก แต่มีเกสรเพศผู้ยื่นเด่นชัดเหนือกลีบเลี้ยง

ผลเป็นฝักแบนแบบผลแห้งแตก 2 แนว รูปรีหรือรูปใบหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2–6 ซม. ยาว 6–30 ซม. ปลายมีจะงอยสั้น ภายในมีเมล็ดรูปไข่หรือรูปรีแบน สีน้ำตาล จำนวน 1–6 เมล็ด ออกดอกช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. และติดผลในช่วง มี.ค-เม.ย.

ในด้านนิเวศวิทยา พบตามริมลำธารในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น ตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงระดับความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีถิ่นกำเนิดในเมียนมา ไทย ลาว เวียดนาม คาบสมุทรมลายู และอินโดนีเซีย (สุมาตรา ชวา) ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค ขยายพันธุ์ได้โดยเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำ ประโยชน์หลากหลาย ทั้งเป็นไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงา ดอกใช้เป็นสมุนไพรบำรุงธาตุ แก้ไอ ขับเสมหะ ส่วนใบอ่อนและดอกนิยมนำมาประกอบอาหาร เช่น แกงส้ม ยำ หรือรับประทานกับน้ำพริก

ต้นส้มสุก หรือ โสกน้ำ

ต้นส้มสุก หรือ โสกน้ำ

ที่มาข้อมูล : อุทยานหลวงราชพฤกษ์

อ่านข่าวอื่น :

ชมพูสะพรั่ง! แยกให้ชัด "4 ดอกไม้สีหวาน" พร้อมพิกัดเช็กอินจากยอดดอยถึงกลางกรุง

สายใบไม้ต้องใส่ใจ "คู่แฝดใบเขียว" ที่หลายคนสับสน