กรณีเหตุรถไฟขนส่งสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทางของขสมก. (สาย 206) บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกมักกะสัน-อโศก เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2569 ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บราว 35 คน นั้น
วันนี้ (28 พ.ค.2569) เจ้าหน้าที่รถไฟ 4 คน ประกอบด้วย พนักงานกั้นถนนซุ้มอโศกดินแดง, คู่เวรของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ, พนักงานกั้นถนนซุ้มพระราม 9, ซุ้มนารายณ์และซุ้มศูนย์วิจัย ทยอยเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ในฐานะพยาน เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถ พนักงานกั้นถนน ช่างเครื่องและเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ
พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.น.1) เปิดเผยว่า ขณะนี้สอบปากคำพยานมากกว่า 58 ปาก ทั้งหมดให้การตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเกิดเหตุ คงเหลือการสอบปากคำกรมการขนส่งทางราง 1 ปาก เพื่อใช้สำหรับดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคัน และรถโดยสารที่หยุดหรือจอดคร่อมรางรถไฟ บริเวณจุดตัดทางรถไฟในวันเกิดเหตุ
รวมถึงสอบปากคำตัวแทนจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 3-4 ปาก เพื่อสอบถามขั้นตอนการปฏิบัติงานและมาตรฐานต่าง ๆ ของรถโดยสารประจำทาง ซึ่งภาพรวมคดีมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เก็บจากจุดเกิดเหตุ เพื่อให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (พฐ.) ตรวจสอบ ขณะที่พนักงานสอบสวนส่งตรวจความเร็วรถไฟเพิ่ม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หรือช่วงกลางเดือน มิ.ย. ผลตรวจทุกอย่างจะแล้วเสร็จ และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้
ขณะนี้พนักงานสอบสวน แบ่งการดำเนินคดีออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ผู้ที่กระทำความผิดในข้อหาเกี่ยวกับความประมาท 3 คน ประกอบด้วย คนขับรถเมล์ คนขับรถไฟ และพนักงานไม้กั้นในวันเกิดเหตุ
ส่วนอีกกลุ่มคือผู้กระทำความผิดจอดคร่อมรางรถไฟในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นนัดหมายให้ตัวแทนจากกรมการขนส่งทางราง เข้ามาชี้รถและตัวผู้กระทำความผิด ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ โดยเปรียบเทียบภาพจากรูปถ่าย และกล้องวงจรปิดที่พนักงานสอบสวนมีอยู่
อ่านข่าว
ศาลยกฟ้อง "ธนาธร" คดี ม.112 ปมไลฟ์วิจารณ์วัคซีนโควิด
รองโฆษก ป.ป.ช.เมาแล้วขับชนไรเดอร์เสียชีวิต ตรวจวัดแอลกอฮอล์สูงถึง 189
ศาลกัมพูชาสั่งจำคุกตลอดชีวิต "6 ชาวจีน" ฆาตกรรม นศ.เกาหลีใต้

