มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

อาชญากรรม
16:57
จำนวนผู้ชม 16
Thai PBS
มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

มีข้อสังเกตหลังเกิดเหตุการณ์ป่วนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ช่วงระหว่างวันที่ 22–23 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมาว่า แม้จะมีการลอบวางเพลิงเผาสถานที่ราชการ เผาสัญญาณโทรศัพท์ เผายางรถยนต์บนถนน ลอบวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ เผาทำลายกล้อง CCTV มากกว่า 75 จุด ตามข้อสรุปของกอ.รมน. แต่การปะทะระดับ “ยุทธวิธี” กลับไม่เกิดขึ้น เสมือนมีการส่ง “สัญญาณ” เตือน เหตุอื่นใดอีกหรือไม่

หากพิจารณา “ตัวเลข” การก่อเหตุ ที่แต่ละหน่วยงานสรุปภาพรวมความเสียหาย จะเห็นได้ว่าต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุ มีจำนวน 51 เหตุการณ์ ส่วนศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สรุปตัวเลขรายจุด 107 จุด ตำรวจสรุปตัวเลขได้ 75 จุดใน 27 อำเภอ หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงในพื้นที่รวมได้ 92 จุด ข้อสรุปรวมเหตุการณ์ที่ไม่ตรงกันของแต่ละหน่วยงาน สะท้อนให้เห็นการขาดเอกภาพของแต่ละหน่วยงานหรือไม่ และเหตุใดจึงนับไม่ตรงกัน

แม้ในส่วนของศอ.บต.จะระบุว่า เป็นการนับแยกรายจุดตามความเสียหายจริงที่ได้รับการรับรองจาก 3 ฝ่าย (ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเร่งรัดการเยียวยาและชดเชยทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ขณะที่ “เชื้อไฟ” ที่มาของการก่อเหตุ ก็ยังคงคลุมเครือ เนื่องจากในแต่ละหน่วยงานให้ข้อมูลไปคนละทิศทาง

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

มีรายงานในพื้นที่ระบุ ก่อนหน้าจะเกิดเหตุ “ศูนย์ประสานงานข่าวกรองฯ” ได้ส่ง “เอกสารลับ”เวียนไปยังหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยว่า ให้เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่ต่าง ๆ ว่า โดยระบุตั้งแต่คืนวันที่ 22 ส.ค.69 เป็นต้นไป หลังเกิดเหตุ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ยอมรับว่า มีข้อมูลด้านการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อน 2 เดือน แต่ที่เอาไม่อยู่ เพราะ ชี้ชัดไม่ได้ว่าวัน เวลาใด จะก่อเหตุ และพื้นที่มันกว้าง

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

นอกจากนี้ยังมีภัยแทรกซ้อนอื่นๆ จากกลุ่มธุรกิจเถื่อน ยาเสพติด บุหรี่เถื่อน ลงขันตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐที่ “ปราบหนัก” ในช่วงที่ผ่านมาจากมาตรการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด... จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีการค้าขายแนวชายแดน มีสิ่งผิดกฎหมายเยอะมาก เพราะกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มค้าขาย เขายังใช้กลุ่มขบวนการโจรในการก่อเหตุอยู่แล้ว เราไม่ได้ปราบมิติเดียว มันมีหลายมิติ”

เจ้าหน้าที่ ยังมีจุดอ่อน ในการเข้าถึงมวลชน มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับงานมวลชน แหล่งข่าวเครือข่ายมวลชนในพื้นที่มีหลายกลุ่ม

ขณะที่ ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมิน 3 สาเหตุหลักที่มีการก่อเหตุว่า คือ 1.การพูดคุยสันติสุข ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ต.ค.กำลังจะเดินหน้า สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา และถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาก็จะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขา เพื่อส่งผลให้เราเสีย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่าจะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร

นอกจากนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ รวมทั้งการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่าเห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง สุดท้ายเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี

“มีคำถามว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่า มีผู้ก่อเหตุเยอะขนาดนี้ อยากบอกว่าบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน“ ผอ.สำนักข่าวกรองระบุ

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

ส่วน ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งมีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกให้เป็นปลัดสำนักนายก ฯ วันนี้ ( 25 ส.ค.2569) ระบุว่า เรื่องนี้ผสมผสานกัน และต้องมีการไปดู กลุ่ม BRN คงไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งอาจจะเป็น “กลุ่มภัยแทรกซ้อน” เข้ามาเกี่ยวข้อง สังเกตได้จากการวางเพลิง องค์การปกครองท้องถิ่น จึงเป็นจุดที่ต้องสืบ สวนสอบสวน และวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาแต่ละแห่งที่เกิดขึ้น

การประเมินสถานการณ์ปัญหาของหน่วยงานความมั่นคงคนละมุมมอง อาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกลับชี้ให้เห็นความเพลี่ยงพล้ำ ทั้งทางด้านการเมืองและการทหารที่ไม่สามารถขับเคลื่อนการไปพร้อม ๆ กัน และยังปล่อยทิ้ง “มวลชน” จนกลายเป็น “จุดอ่อน” แม้จะมีข้อมูลจาก “สายข่าว”ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าแล้วก็ตาม ท่ามกลางข้อมูลจากคนพื้นที่ระบุว่า สิ่งที่ส่งผลกระทบมากต่อข้อมูลด้านการข่าวที่ถูกส่งผ่านไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ คือ การถูกตัดงบประมาณด้านการข่าว การซื้อข่าวและการซื้อใจจากมวลชนในพื้นที่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่สำนักงานเทศบาลเมืองตะลุบัน ตรวจเยี่ยมความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิด บอกว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่และปัญหาในการปฏิบัติงานของรัฐ ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์ต่ำไป หน่วยงานความมั่นคง ต้องลงลึกในรายละเอียด และไม่ควรมองว่าเป็นเพียงปัญหาอาชญา กรรมธรรมดา เช่น ยาเสพติด หรือของหนีภาษี ซึ่งเป็นทฤษฎีเดิมที่ใช้มานานแต่ไม่เคยแก้ปัญหาได้จริง

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

มวลชนพร่อง -ช่องโหว่การข่าว สะท้อนศักยภาพรัฐ ท้าทายป่วน "ชายแดนใต้"

“การก่อเหตุเป็นขบวนการใหญ่ และก่อเหตุในเวลาเดียวกันกว่า 51 แห่ง สะท้อนถึงการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ คาดว่าอาจมีการใช้กำลังคนเฉลี่ยกว่า 500 คน และหากรวมเหตุการณ์เผายางรถยนต์ อาจมีผู้เกี่ยวข้องสูงถึง 1,000 คน สะท้อนให้เห็นความอ่อนแอของรัฐ ”

อย่างไรก็ตาม หากย้อนสำรวจตัวเลขงบประมาณตั้งแต่ปี 2547 - 2568 หรือ 21 ปีที่ผ่านมา มีการใช้จ่ายงบดับไฟใต้ไปทั้งสิ้น 510,365 ล้านบาท เป็นแผนบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ในชื่อ “แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “แผนงานบูรณาการฯ ชายแดนภาคใต้” โดยมีเหตุรุนแรง 10,222 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 6,028 ราย บาดเจ็บ 13,129 ราย และทุพพลภาพ 914 ราย

ปี 2568 กอ.รมน. ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 2,840,157,900 บาท ข้อมูลถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีการจ่ายเยียวยาเหยื่อไฟใต้ไปแล้ว 4,775.9 ล้านบาท เป็นการจ่ายเยียวยาช่วยเหลือด้านชีวิตและร่างกายมากที่สุด 3,468.3 ล้านบาท ที่เหลือ 1,307.6 ล้านบาท เป็นทรัพย์สินที่เสียหาย

ในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” จัดสรรงบประมาณผ่าน “แผนงานบูรณาการฯ ชายแดนภาคใต้” ทั้งหมดจาก 8,640 ล้านบาท ลดเหลือ 1,475 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่ได้รับงบชายแดนใต้สูงสุดในร่างงบประมาณปี 2569 คือ กอ.รมน.ได้รับเงินสูงสุด 7,435,758,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 กว่าหนึ่งเท่าตัว รองลงมา คือ กรมโยธาธิการและผังเมือง (กรมโยธาฯ)ได้รับการจัดสรรงบ 3,744,684,000 บาท โดยปี2568 ได้ 3,415,797,900 บาท เพิ่มขึ้น 328 ล้านบาท ส่วนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้รับงบ 1,670,449,350 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ได้ 1,559,667,100 บาท หรือเพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท

ยังไม่สามารถประมินได้ว่า ความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่ตราบใดก็ตาม ที่รัฐเมินมวลชน ไม่ว่าจะทุ่มงบลงไปถมมากเพียงใด ก็ยากจะดับไฟลงได้

อ่านข่าว

“เลขาฯ สมช.” คาด เหตุป่วนใต้ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ รัฐเข้มขึ้นหลังเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต

ผอ.ข่าวกรอง ประเมิน 3 ปัจจัยเหตุป่วนใต้ ใกล้ตั้งโต๊ะเจรจา-สับเปลี่ยนกำลัง

กอ.รมน.ภาค 4 แจงเหตุป่วนใต้ ยันไม่มีเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ชาวบ้าน