วันนี้ (4 มี.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงผลกระทบ จากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางว่า ช่องทางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่องทางหลักมาจากน้ำมันเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นเลือดใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก กว่า 20 % มาจากแหล่งนั้น ซึ่งถือเป็นช่องทางที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และราคาปรับขึ้นประมาณ 5 % ซึ่งวันนี้สถานการณ์พัฒนาไปเร็วมากส่งผลกระทบต่อราคา
ส่วนผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำมันสำรอง นายเอกนิติ ยืนยันว่า ยังสามารถอยู่ได้ 60 วัน แต่ไม่ใช่แค่นั้น ยังสามารถนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ โดยได้สั่งการเจรจาให้นำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น
จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะมีน้ำมันเพียงพอแน่นอนขอให้สบายใจได้ ขณะที่ราคาน้ำมัน จะผันผวนตามสถานการณ์ แต่เป็นไปตามกลไกราคา โดยมีกองทุนน้ำมันในการรักษาเสถียรภาพ เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวถึงกรณีก๊าซธรรมชาติ หรือ LNG ว่า การผลิตส่วนใหญ่มาจากในประเทศ แต่ที่ประชุมไม่ได้วางใจ มีเล็กน้อยที่ LNG มาจากตะวันออกกลาง และมีเรือติดอยู่ 2 ลำ ยังไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยแหล่งก๊าซธรรมชาติ LNG ส่วนใหญ่มาจากอ่าวไทยและมีท่อมาจากเมียนมา ซึ่งรมว.พลังงานเร่งให้ผลิตมากขึ้น
ส่วนแหล่งผลิตอื่น ๆ ก็จะเร่งนำเข้า ครม. ซึ่งทำสัญญากับมาเลเซีย ที่เป็นแหล่งทรัพยากรใหม่ และไม่เพิ่มผลกระทบภายในประเทศ รวมถึงมีการนำเข้าพลังงานทดแทนที่ผลิตจากประเทศลาว
ขณะเดียวกันนายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเป็นห่วงเรื่องราคาสินค้า โดยจะใช้กลไกการค้าภายในป้องกันการฉวยโอกาสในการขึ้นราคา ซึ่งวันนี้ทางรัฐบาลพยายามใช้กลไกต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบมาสู่ประเทศไทย แต่หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์จะช่วยใช้กฎหมายจัดการผู้ที่กักตุนสินค้าและฉวยโอกาส
นอกจากนี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ซึ่งจากที่มีการติดตามสถานการณ์ ภาคเอกชนมีความกังวลถึงปริมาณน้ำมันเพียงพอหรือไม่ ก็ได้ข้อสรุปเดียวกันว่าน้ำมันพอแน่นอน อยู่ได้ 60 วัน และไม่ใช่แค่นั้นจะหาจากแหล่งอื่น รวมไปถึงด้านขนส่งทางเรือที่มีค่าความเสี่ยงสงครามของเรือสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรับไปพูดคุยกับภาคเอกชนในการดูแล เพื่อให้มีเรือในการขนส่งสินค้า ให้เพียงพอในการที่จะมารองรับสินค้า
ในด้านของตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานวันนี้ได้หยุดการซื้อขายชั่วคราวตามมาตรการ Circuit Breaker ระดับ 1 ระหว่างเวลา 12.18-12.30 น. เนื่องจากราคาหลักทรัพย์โดยรวมเปลี่ยนแปลงลดลงถึงระดับ 8 % ของค่าดัชนีปิดในวันทำการก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมย้ำว่าเสถียรภาพยังมั่นคง แม้ว่าค่าเงินบาทอ่อนลงตามสถานการณ์ ซึ่งได้เห็นพ้องต้องกันว่าในช่วงนี้ ภาคเอกชนมองว่าค่าเงินอ่อนเป็นสิ่งที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการเตรียมสภาพคล่องให้กับภาคเอกชนไว้แล้ว
นายเอกนิติ ยังกล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ประสานกระทรวงต่าง ๆ และจะแถลงให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทุกวันเวลา 18.00 น. จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ความสงบ เพื่อความไม่ตื่นตระหนกและเป็นการรับทราบข้อเท็จจริง
นายเอกนิติ กล่าวว่า หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไป ทางกระทรวงการคลังก็จะพูดคุยเพื่อวางระบบดูแลรักษาเสถียรภาพ เพื่อให้มีกลไกที่สามารถทำงานได้ทันที เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไป
อ่านข่าว :
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ Circuit Breaker พักซื้อขายหุ้นชั่วคราว ดัชนีดิ่งหนัก -8.01 %
"พิพัฒน์" เล็งออกประกาศคุม "แท็กซี่ วิน แกร็บ" ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
วันที่ 5 "สหรัฐฯ–อิสราเอล" ถล่ม "อิหร่าน" วิกฤตพลังงานลามทั่วโลก
