วันนี้ (8 มี.ค.2569) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวเมื่อวันที่ 7 มี.ค. เรียกร้องให้สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) วางอาวุธ โดยระบุว่าผู้ที่ยอมจำนนจะไม่ได้รับอันตราย ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอลเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง
เนทันยาฮูกล่าวว่า สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติที่มีส่วนในการปราบปรามประชาชนชาวอิหร่านยังคงเป็นเป้าหมายของอิสราเอล แต่ผู้ที่ยอมวางอาวุธจะไม่ได้รับอันตราย
ผู้นำอิสราเอล ยังกล่าวว่า ความสำเร็จของปฏิบัติการทางทหารจะไม่เพียงช่วยขจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ต่อโลกเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่สันติภาพระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน และช่วยขยาย "วงจรแห่งสันติภาพ" ในภูมิภาค
เนทันยาฮู ระบุว่า หลายประเทศมองเห็นศักยภาพทางทหารและเทคโนโลยีของอิสราเอล รวมถึงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับรัฐบาลอิหร่าน พร้อมกล่าวว่าหลายประเทศได้ติดต่อมายังอิสราเอลเพื่อขอความร่วมมือ
เขายังกล่าวด้วยว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านได้โจมตีประเทศรอบข้างถึง 12 ประเทศ และอิสราเอลยืนหยัดเคียงข้างประเทศเหล่านั้น
สายการบิน "เอมิเรตส์" เปิดให้บริการ หลังประกาศปิดชั่วคราวเมื่อช่วงเช้า
สนามบินดูไบ ปั่นป่วน เจอโดรนทิ้งระเบิดระยะใกล้ช่วงเช้า
“อิหร่าน” ประกาศหยุดโจมตีเพื่อนบ้าน ยกเว้นถูกยิงก่อน
