มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน

สังคม
11:52
จำนวนผู้ชม 1,094
มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน
ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ กว่า 200 คน รวมตัวหน้าสถานทูตอิหร่าน วางดอกไม้ร่วมไว้อาลัยต่อความสูญเสีย “อยาตุลลอฮ อาลี คาเมเนอี”

วันนี้ (8 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ รวมกลุ่มกว่า 200 คน เดินทางไปที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ถ.สุขุมวิท คลองตันเหนือ เพื่อจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นำดอกไม้วางไว้ด้านในสถานทูตอิหร่าน เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และนำหนังสือประกาศจุดยืนไปมอบให้กับนายนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย

ภาพประกอบข่าว มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน

ทั้งนี้ มีกำลังตำรวจ 30 นาย จาก สน.ทองหล่อ, สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 และตำรวจสันติบาล ดูแลความปลอดภัยตลอดการรวมตัว และปิดการจราจรบริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00–11.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้มาร่วมกิจกรรม

นายอาลี ชาฮุไซนี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ ไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน แต่เป็นตัวแทนของชาวชีอะห์ที่มีความเคารพและศรัทธาต่อ “อยาตุลลอฮ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่นอกจากเป็นผู้นำประเทศแล้ว ยังถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลก

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ชาวชีอะห์ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวชีอะห์ 40,000–45,000 คน จึงมีการแสดงจุดยืนว่าในประเทศไทยก็มีผู้ที่รักและเคารพผู้นำอิหร่าน และรู้สึกเสียใจต่อการจากไปจากเหตุลอบสังหาร

ภาพประกอบข่าว มุสลิมชีอะห์ไทย วางดอกไม้หน้าสถานทูตฯ อิหร่าน

นายอาลี กล่าวว่า การรวมตัวที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในวันนี้ เป็นการเลือกใช้วิธีการที่สันติ เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่าน แม้จะสามารถไปแสดงออกที่สถานทูตสหรัฐ หรืออิสราเอลก็ได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและรักษาความสงบ ประกอบกับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นคนไทย จึงเลือกวิธีที่สงบที่สุด

อ่านข่าว :

คนไทยชุดแรก 62 คน อพยพจากอิหร่านถึงตุรกีอย่างปลอดภัย กลับไทย 8-9 มี.ค.

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 อิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน

"ทรัมป์" เหน็บอังกฤษ ระบุ "สหรัฐฯไม่ต้องการประเทศที่เข้าร่วมสงครามหลังเราชนะแล้ว"