วันนี้ (12 มี.ค.2569) ความคืบหน้าเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 40-50 ปี ก่อเหตุชิงทองภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่พนักงานภายในร้าน
ก่อนปีนขึ้นไปบนตู้กระจก คว้าถาดสร้อยคอทองคำน้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น รวมน้ำหนัก 46 บาท มูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท ใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมมา โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1 นาที จากนั้นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงขึ้น 3 นัดเพื่อเปิดทางออกจากห้างฯ และขี่รถจักรยานยนต์สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนี
พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม คาดว่า ผู้ก่อเหตุอาจมาดูลาดเลาก่อนลงมือ เนื่องจากก่อเหตุหลังจากตำรวจสายตรวจ เพิ่งออกตรวจพื้นที่ได้เพียง 10 นาที พร้อมฝากเตือนประชาชนไม่ให้สวมหมวกกันน็อกเข้าไปภายในห้าง เนื่องจากอาจเป็นพฤติกรรมที่ใช้เพื่อปกปิดตัวตนในการก่อเหตุ
จากการตรวจสอบเส้นทางหลบหนี เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทางกรุงเทพมหานคร ก่อนจะเลี้ยวขวายูเทิร์นกลับ มุ่งหน้าไปทาง จ.ราชบุรี ทำให้การติดตามเป็นไปได้ยาก
ขณะที่ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด และกระจายกำลังทั่วจ.นครปฐม เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
อ่านข่าว
ดีเอสไอคุม "ชนนพัฒฐ์" ฝากขังศาลอาญา ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีเว็บพนัน
เรือพาณิชย์ 16 ลำถูกโจมตี ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่ 28 ก.พ.
ทส.-ยธ.ลุยตรวจโกดังบางปะหัน ลอบค้าไม้ อายัดของกลางไม้แปรรูป-ซากสัตว์ป่า
