“การกระทำผิดครั้งนี้ ต้องแก้ทั้งข้อสอบ แก้คะแนน ย้ายกระดาษคำตอบ และแก้ไฟล์ในคอมพิวเตอร์เพื่อโยงไปถึงการโอนเงินซื้อขายตำแหน่ง ถือเป็นอาญาแผ่นดินทั้งหมด พวกชั่วขายชาติขี้โกงแบบนี้ เราจะพูดลอย ๆ ไม่ได้ แต่รัฐบาลของผมหลักฐานต้องประจักษ์ มัดให้แน่นดิ้นไม่หลุด ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นใครรอดสักราย” อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวช่วงหนึ่งในการแถลงข่าวการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569
ผลสอบเบื้องต้นพบ ข้าราชการสถ. 5 รายถูกซัดทอด และต้อง "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" ไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาทางการ แต่นายกฯ เปิดข้อมูลทิ้งท้ายว่า หากไม่ใช่ข้าราชการระดับใหญ่คงไม่สามารถเข้าถึงเอกสารสำคัญเหล่านี้ได้ และเบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว หากตรวจสอบพบว่าผู้ใดบรรจุแต่งตั้งเข้ามาโดยมิชอบ ทุกอย่างต้องเป็นโมฆะทั้งหมด
ขณะที่ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า กระบวนการตรวจสอบและสอบสวนในครั้งนี้จะไม่มีทางจบลงเพียงแค่ข้าราชการ 5 รายนี้เท่านั้น แต่จะมีการขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไปเรื่อย ๆ หากพบว่ามีบุคคลใดเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) หรือส่วนอื่น ๆ ก็จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและไม่มีการหยุดสอบอย่างแน่นอน
"ตัดตอน" โกงสอบท้องถิ่น ปิดชื่อถือพฤติกรรม เส้นเงินมัด (ไม่ถึง) ปลาใหญ่ ?
ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 ปะทุขึ้นมา เสมือนศึก 3 เส้า “รุมเร้า” พรรคภูมิใจไทย ด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นกลไกการทุจริตของข้าราชการในสังกัด “คลองหลอด” ตั้งแต่ระดับล่าง-สู่ระดับบน แบบ “บิ๊กๆ” ผ่านเครือข่าย “สิงห์” หลากสี ซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง
อีกด้านหนึ่ง หลังมีการปล่อยคลิปทุจริตสอบท้องถิ่นแฉข้อความสนทนาระหว่าง “กฤต-ส้ม” พาดพิง “รมช.” ทำให้ ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี อดีตรมช.กระทรวงมหาดไทย ถึงกับควันออกหู และเดินหน้าดำเนินคดีกับเจ้าของคลิปเสียงทั้งคู่ในข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
“ผู้ที่อยู่ในคลิปออกมายอมรับข้อเท็จจริงแล้ว จึงอยากขอความเป็นธรรมจากประชาชนและสังคมว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นตามที่ถูกกล่าวหา ...การปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาเพื่อสร้างความเสียหาย ทำให้เกิดความพยายามล้มกระบวนการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น และดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทย” รองนายกฯ ระบุ
ขณะที่ พงศกรณ์ เสาร์ทน หรือ กฤต ออกมายอมรับว่า เสียงในคลิปสนทนา เป็นเสียงตัวเองจริง ไม่ใช่เสียงเอไอ ขออภัย “ทรงศักดิ์” รองนายกฯ ที่ทำให้เดือดร้อน และเสื่อมเสียชื่อเสียงจากการถูกนำชื่อไปพาดพิง โดยยืนยันว่า ทั้งตนและอดีตรมช.ทรงศักดิ์ -อธิการบดีมศว.ไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเกี่ยวกับขบวนการทุจริตสอบในครั้งนี้ เนื่องจากคลิปดังกล่าวถูกอัดไว้ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568
"ตัดตอน" โกงสอบท้องถิ่น ปิดชื่อถือพฤติกรรม เส้นเงินมัด (ไม่ถึง) ปลาใหญ่ ?
หากแกะรอยการเมืองพื้นที่ราบสูง ในจ.ของแก่น “กฤต” หรือ พงศกรณ์ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในพื้นที่ เคยมีบทบาทเคลื่อนไหวช่วยเหลือเกษตรกรในบ้านเกิด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น และเดินสายทำงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่องในหลายมุ้ง หลายสังกัด
ปี 2565 สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พงศกรณ์ เป็นคณะทำงานของ “ประภัตร โพธสุธน” รมช.เกษตรฯ
ปี 2566 ประภัตรส่ง พงศกรณ์ ลงสมัคร สส.ขอนแก่น เขต 3 ครั้งแรกในพื้นที่อ.กระนวน อ.ซำสูง สังกัดพรรคชาติไทย แต่สอบตก
ปี 2567-2568 พงศกรณ์ ย้ายมาอยู่กับ “เอกราช ช่างเหลา” และเป็นคณะทำงานยุคที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมว.เกษตรฯ
วัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น แต่งตั้ง “พงศกรณ์” เป็นที่ปรึกษา อบจ.ขอนแก่น
ปี2569 พงศกรณ์ ย้ายจากพรรคกล้าธรรม มาสังกัดพรรคเพื่อไทย และเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้ พ.ต.อ.ประศาสตร์ แน่นอุดร ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 3 เพื่อไทย
เป็นการตัดจบ “ต้นตอคลิป” และผู้เสียหาย ตามขั้นตอน ขณะที่การดำเนินคดีอาญาทั้งกับ “กฤต” พงศกรณ์และ “ส้ม” ยังเดินหน้าต่อเนื่อง
"ตัดตอน" โกงสอบท้องถิ่น ปิดชื่อถือพฤติกรรม เส้นเงินมัด (ไม่ถึง) ปลาใหญ่ ?
อีกฟากฝั่งความเคลื่อนไหวในชายคา “ภูมิใจไทย” ภาคใต้ ก็น่าสนใจไม่น้อย หลัง “รัชพงศ์ ชูแก้ว” เลขานุการรมว.คมนาคม ยื่นหนังสือลาออกตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.2569 และ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.คมนาคม ได้ลงนามเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569
สำหรับ “รัชพงศ์” เป็นอดีตผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และ อดีตสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) สงขลา เขตอำเภอหาดใหญ่ ก้าวสู่ตำแหน่งเลขาฯ รมว.คมนาคม ตั้งแต่ สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ทั้งที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาฯรมว. ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา
มีการคาดการณ์ถึงสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “รัชพงศ์ ชูแก้ว” ต้องลาออก เนื่องจากถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นด้วยเหตุ มีรายชื่อญาติสอบได้อยู่ในลำดับต้นๆ ในพื้นที่ จ.สงขลา
ทั้งนี้ หากไล่เลียงชื่อ ข้าราชการสังกัดสถ.ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเข้าไปเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์ ขณะนี้มีเพียง 3 คน คือ รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ,ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และจ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม อดีตผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ สังกัดเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งบทลงโทษจากหน่วยงานต้นสังกัด มีทั้งถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน และถูกเด้งพ้นจากหน้าที่ไปปฎิบัติหน้าที่อื่นและถูกพักราชการ
สำหรับจ.ส.ต.พิชิต นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้น บริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจจำกัด สถานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ เพื่อปรับคะแนนให้สอดคล้องกับผลคะแนนที่ประกาศ ออกมาแล้ว ช่วยแก้ไขข้อมูลมีรายชื่อผู้สมัครที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ ก็ยังไม่ได้ปรากฏตัวที่ไหน
"ตัดตอน" โกงสอบท้องถิ่น ปิดชื่อถือพฤติกรรม เส้นเงินมัด (ไม่ถึง) ปลาใหญ่ ?
แม้จะส่งหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่คณะกรรมการพนักงานเทศบาล (ก.ท.จ.)เพชรบูรณ์ มีมติสั่งพักราชการ ไว้ก่อน จนกว่ากระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ ล่าสุดวันนี้ ( 3 ก.ค.2569) คณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ได้ส่งหนังสือด่วนให้จ.ส.ต.พิชิต เข้าให้ถ้อยคำหลังที่ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วก็ตาม แต่จนถึงขณะนี้ “ตัวละคร” และการคลี่เส้นเงินที่มูลค่ามากกว่า 4.5 พันล้านบาท ยังไม่สามารถสาวถึงผู้บงการได้เลย
สำหรับการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินของขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น มีรายงานจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระบุว่า มีนายหน้ากระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้ง ภาคเหนือ กลาง อีสาน และใต้ ประมาณ 10 กลุ่ม ซึ่ง CIB ปปง.และป.ป.ช.กำลังขะมักเขม้นตรวจสอบเครือข่ายเชิงลึก ความสัมพันธ์ของ “ปลาใหญ่-ปลาเล็ก” และ “บิ๊กหลังฉาก” ว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร
"ตัดตอน" โกงสอบท้องถิ่น ปิดชื่อถือพฤติกรรม เส้นเงินมัด (ไม่ถึง) ปลาใหญ่ ?
ด้วยว่าขบวนการโกงสอบทั้งถิ่นเกิดขึ้นทุกภาคทั้งประเทศ สำหรับอัตราบรรจุ 6,669 อัตรา ขณะที่มูลค่าความเสียหายสูงถึง 4 ,500 ล้านบาท ขณะที่สุ่มตรวจกระดาษคำตอบ พบมีการแก้คะแนนเกินครึ่ง แต่มีข้าราชการสถ.ถูกชี้มีความผิดเข้าวินัยเพียง 5 คนเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็น เฉพาะเส้นเงินทุจริตในพื้นที่แห่งหนึ่ง จากเครือข่ายขรก.รายเดียวก็มากกว่า 400 ล้านบาทแล้ว
และหากมีการตรวจสอบรูรั่วของเส้นเงินอย่างเข้มข้นจริง ๆ ทั้งการ “จ่ายตรงแบบชนมือ” หรือ “ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์” คงทำได้ไม่ยาก หากไม่มีการตัดตอน “ปลาใหญ่” และฆ่า “ปลาเล็ก” เซ่นสังเวยขบวนการนี้ไปเสียก่อน!!!
อ่านข่าว
ปริศนา "โม่งดำ" ใครไส้ศึก ร่วมขยี้ "ขบวนการโกง" สอบท้องถิ่นปี 2568
แกะรอย "โม่งดำ" บงการเบื้องหลัง ขบวนการทุจริตสอบ "ขรก.ท้องถิ่น"
แกะรอย "โม่งดำ" บงการเบื้องหลัง ขบวนการทุจริตสอบ "ขรก.ท้องถิ่น"
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

