วันนี้ (17 มี.ค.2569) ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุน ว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานของโลก ส่งผลให้การลำเลียงน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ระบุว่า กองทัพยังไม่มีความพร้อมในการเข้าคุ้มกันเรือพาณิชย์ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อภาวะ Supply Disruption ในตลาดพลังงานโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงกระทบตลาดน้ำมัน แต่ยังทยอยส่งต่อไปยังสินค้าอื่นโภคภัณฑ์อื่นๆโดยเฉพาะราคาอาหารที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลก
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอนาคต สำหรับตลาดการเงินโลกต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งตลาดจะจับตาทั้งผลการประชุม การปรับประมาณการเศรษฐกิจ และ Dot Plot เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
นอกจากเฟดประชุม ยังมีการประชุมของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของธนาคารกลางหลักต่อเงินเฟ้อและทิศทางเศรษฐกิจโลก และอาจส่งผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก ค่าเงิน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายขณะเดียวกัน
อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของการบริโภค รวมถึงอัตราเงินเฟ้อยูโรโซน (CPI) ขณะที่ในเอเชีย ตลาดจะจับตาราคาบ้านของจีนและเงินเฟ้อญี่ปุ่น นอกจากนี้ งานประชุมเทคโนโลยี Nvidia GTC 2026 อาจส่งสัญญาณต่อทิศทางอุตสาหกรรม AI และมีอิทธิพลต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก
ด้วยความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น ศูนย์วิจัยกรุงไทย ปรับมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อการลงทุนในหุ้นระยะสั้นจาก Slightly Overweight ลงสู่ระดับ Neutralเพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น แม้ในระยะกลางตลาดหุ้นโลกยังมีปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างอยู่ก็ตาม ส่วนกลยุทธ์ลงทุน แนะให้ คงสัดส่วนการลงทุนเดิมและทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง โดยใช้หลัก Margin of Safety ผ่านการแบ่งไม้ลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงประมาณ 5–10% เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น พร้อมถือ ทองคำประมาณ 5–10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
อ่านข่าว:
"พิพัฒน์" ห่วงกองทุนน้ำมันฯ เตรียมส่งเรื่องขอ กกต. เป็นกรณีพิเศษ
สั่งตรึงราคาสินค้าควบคุม จับตา 6 กลุ่มสินค้าเสี่ยงได้รับผลกระทบ
ชาวประมงหยุดหาปลา น้ำมันเขียวพุ่ง 34 บาท กระทบซีฟู้ดแพงขึ้น 20-100 บาท/กก.
