ครม.ชุดใหม่อาจได้เห็นหน้าตาที่ชัดเจนและเริ่มทำงานได้ก่อนสงกรานต์ แต่บทบาทของพรรคฝ่ายค้าน ที่หลายคนตั้งความหวังดูเหมือนภาพอาจไม่ชัด หากดูจากการโหวตเลือกนายกฯ และประธานสภาในช่วงที่ผ่านมา การสนทนากับผู้สังเกตการณ์การเมืองชี้ว่า ดรีมทีมส้ม-เขียว-ฟ้า พอที่จะไปด้วยกันได้หรือไม่ จากการโหวตในสภา 2 ครั้ง ดูเหมือนพรรคประชาชนจะถูกโดดเดี่ยว
หากดูจากองค์ประกอบของฝ่ายค้านเวลานี้ ดูเหมือนความเป็นเอกภาพจะยังฉายภาพให้เห็นไม่ชัด บ้างก็ถูกตั้งฉายาว่า รักในรอยแค้น แค้นในรอยค้าน หรือศูนย์รวมฝ่าย ค. เพราะมีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายคอย ฝ่ายค้ำ และ ฝ่ายแค้น
หากดูจากบทบาทท่าทีของฝ่ายค้าน ณ เวลานี้ ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องความเป็นเอกภาพ แม้หลายคนจะมองว่าฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องมีเอกภาพมาก แต่เมื่อต้องทำงานในบทบาทนี้แล้ว ย่อมถูกคาดหวังถึงการทำงานในและนอกสภา ที่จะมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการตรวจสอบรัฐบาล
ภาพรวมของฝ่ายค้านดรีมทีมหลายคนตั้งความหวัง แต่ละพรรคมีบุคลิกและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พรรคประชาชนแม่นในข้อมูลเนื้อหาการอภิปราย ถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้านขาบู๊ พรรคประชาธิปัตย์สีฟ้า ถูกมองว่ามีลีลาและชั้นเชิงที่เข้มข้นในการตรวจสอบ และพรรคกล้าธรรม มีทีเด็ดอยู่ที่ข้อมูลในและนอกสภา แต่ดูเหมือนว่าจุดเด่นทั้งหมดของแต่ละสี หากจะแปรเปลี่ยนเป็นพลัง อันดับแรกจะต้องรวมกันให้ได้ก่อน เพราะดูจากการโหวตประธานสภาฯ และ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
ผลโหวตประธานสภาฯ โสภณ ซารัมย์ 289 เสียง พริษฐ์ วัชรสินธุ 123 เสียง งดออกเสียง 80 เสียง บัตรเสีย 5 เสียง แม้เป็นการโหวตลับ แต่ทั้งประชาธิปัตย์และกล้าธรรมประกาศชัดงดออกเสียง ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรี เห็นคะแนนนายอนุทิน ชาญวีรกูล 293 เสียง แน่นอนว่าภูมิใจไทย 187 เสียง และพรรคไทรวมพลัง 6 เสียง มีพรรคประชาชน 1 เสียง คือสุริยา วงศ์อารี สส.อุดรธานี
ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 119 เสียง มาจากพรรคประชาชน 118 เสียง และพรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง
ส่วนงดออกเสียง 86 เสียง มาจากกล้าธรรม 58 เสียง ประชาธิปัตย์ 21 เสียง และไทยภักดี 1 เสียง ตัวเลขนี้อาจสะท้อนให้เห็นการทำงาน ที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ต่างคนต่างเดิน โดยมีเป้าหมายของตัวเอง และอาจดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะถูกโดดเดี่ยว
ที่บอกว่าแต่ละพรรคมีเป้าหมายต่างกัน ดูได้จากพรรคประชาชนก็หวังจะกลับมาเป็นพรรคอันดับ 1 อีกครั้ง ประชาธิปัตย์ก็อยากมีพื้นที่กลับมามีบทบาทที่โดดเด่นเป็นทางเลือกเหมือนในอดีต ขณะที่กล้าธรรมก็ถูกตั้งข้อสังเกตมองว่า พร้อมจะเป็นตัวสอดแทรกเข้าร่วมรัฐบาลทุกเมื่อ
ถ้าเจาะลงไปเฉพาะพรรคประชาชน ก็มีปัญหาแม้ว่าเวลานี้ภาพลักษณ์อาจจะไม่ดีเหมือนในเก่าจากผลการเลือกตั้งที่ออกมา และการยกมือเสนอชื่อโหวตนายอนุทิน เป็นนายกฯ ในช่วงก่อน ดังนั้นต้องปรับจุดยืนอุดมการณ์ให้มีความเข้มแข็งเข้มข้นเหมือนยุคอนาคตใหม่
รวมถึงการที่มี สส. แหกมติพรรคโหวต แม้จะเป็นเพียงแค่ 1 เสียง 1 คน แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดีถึงเอกภาพภายในพรรค ทำให้เกิดความหวาดระแวง ความสั่นคลอน ทำลายความน่าเชื่อถือ การมีงูเห่าทุกรอบ ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงกลไกการคัดเลือกผู้สมัคร และเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ยังไม่นับรวมกับคดี 44 สส. ที่เสนอแก้ไข มาตรา 112 ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคส่งสัญญาณไปถึงสมาชิกพรรคประชาชน ในวันที่อภิปรายโหวตนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ไม่รู้จะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ก่อนจะโดนส่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ไม่นับรวมเรื่องที่ต้องให้คิดหนัก ทั้งข้อมูลหลุดเลเซอร์ไอดีสมาชิกพรรค หรือ บริษัทสเปกเตอร์ ซี ที่จะต้องเข้าไปต่อสู้ในกลไกนิติสงคราม
ทั้งหมดนี้พรรคประชาชนจะเสียสมาธิไม่ได้ ต้องรักษามาตรฐานการทำงานที่เข้มข้นในสภาเหมือนที่ผ่านมา
ภาพรวมดูเหมือนพรรคประชาชนจะถูกโดดเดี่ยว แต่หากทุกพรรคยึดเอาผลประโยชน์และปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้งขับเคลื่อนงาน โดยใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญและกลไกในสภา สิ่งนี้น่าจะยึดโยงให้พรรคฝ่ายค้านสามารถร่วมกันทำหน้าที่ได้อย่างมีความเข้มข้น และเป็นบทพิสูจน์ฝีมือในฐานะตัวแทนของประชาชน ที่ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนก็สามารถทำงานได้
วิเคราะห์โดย : สกนธ์ จินดาวรรณ บรรณาธิการชั่วโมงข่าว เสาร์-อาทิตย์
อ่านข่าวอื่น :
เร่งสอบเอกสาร ตร.ตรวจคลังน้ำมันอ่างทองสต็อกสูงผิดปกติ 3.3 แสนลิตร
ปั๊มคิวแน่น! น้ำมันปรับราคาเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1 บาท ดีเซลขึ้น 70 สตางค์
พบศพดาราเรียลลิตี้อังกฤษในคลองระบายน้ำ หาดบางเทา ตร.ส่งชันสูตรหาสาเหตุการตาย
