วันที่ 21 มี.ค.2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการพิจารณาคำร้องขอลบข้อมูลคุกคามทางเพศและภาพลามกอนาจารที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตว่า ภายหลังเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2568 ได้บังคับใช้กฎหมายอาญาแก้ไขใหม่
ในส่วนของการเพิ่มความผิดฐานคุกคามทางเพศ และให้สิทธิประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์สามารถขอให้ศาลสั่งนำข้อมูลที่มีลักษณะลามกออกจากระบบคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่ามาตรการ "take it down" ตามมาตรา 284/4 โดยศาลอาญาแห่งเดียวที่รับคำร้องผ่านระบบบริการออนไลน์ของศาลยุติธรรม หรือ CIOS (ซีออส) ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2569
โดยสถิติทางคดีพบว่า เดือน ม.ค. มีคำร้องยื่นทั้งสิ้น 5 คำร้อง ศาลอาญาพิจารณาเสร็จ 3 คำร้องโดยสั่งปิดเว็บไซต์ 2 URL ขณะที่เดือน ก.พ. มีคำร้องรับใหม่ 25 คำร้อง ศาลพิจารณาเสร็จ 18 คำร้อง มีคำสั่งปิด 26 URL
อย่างไรก็ดี สำหรับขั้นตอนยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์นั้น เมื่อพบความเสียหายจากข้อมูลคุกคามทางเพศและภาพลามกอนาจารที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว และไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดก็สามารถดำเนินการยื่นคำร้องได้เอง ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน โดยเข้าไประบบ CIOS ซึ่งต้องยืนยันตัวตนผู้ร้องผ่านระบบ ThaID ของภาครัฐตามข้อมูลบัตรประชาชนก่อน ดังนั้นหมายความว่าเด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีที่มีบัตรประชาชนแล้วหากได้รับความเสียหายก็สามารถยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ได้เอง
เมื่อเข้าสู่ระบบ CIOS แล้ว ให้ไปยังหมวดการยื่นคำร้องขอลบข้อมูลออนไลน์ ขั้นตอนต่อไประบบจะให้กรอกข้อมูลตามลำดับ อาทิ ข้อมูลผู้เสียหาย ข้อมูลผู้กระทำในกรณีที่รู้ตัว หรือกรอก URL (ที่อยู่ของลิงก์) และเมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ศาลจะตรวจสอบข้อมูลก่อนจะนำข้อมูลนั้นสู่การพิจารณาของผู้พิพากษาเพื่อมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด โดยผู้พิพากษาจะดูว่าข้อมูลที่ร้องเข้ามาครบถ้วน มีข้อสงสัยใดหรือไม่ หากจำเป็นอาจต้องติดต่อกลับผู้เสียหายในฐานะผู้ร้องเพื่อไต่สวนผ่านระบบออนไลน์ที่ศาลใช้ ซึ่งการไต่สวนเสมือนการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมให้ชัดแจ้ง
ทุกขั้นตอนผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางมาที่ศาลแต่ดำเนินได้ทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์ และสุดท้ายเมื่อผู้พิพากษามีคำสั่งให้ลบข้อมูล หรือภาพและคลิปแล้ว ระบบของศาลจะสั่งคำส่งไปยังกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งผู้ให้บริการออนไลน์ใด ๆ ที่มีส่วนเผยแพร่ดำเนินการตามคำสั่งศาล โดยที่ผู้เสียหายสามารถติดตามผลของคำสั่งศาลได้ด้วยซึ่งหากในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งยังคงปรากฏว่าข้อมูลคุกคามทางเพศ ภาพ-คลิปลามกยังคงเผยแพร่อีก ก็ยังสามารถติดต่อสอบถามกลับมาได้ว่ามีการปฏิบัติตามคำสั่งครบถ้วนแล้วหรือไม่ อย่างไร
ทั้งนี้ โฆษกศาลยุติธรรม ยังกล่าวถึงสถิติคดีอาญา คดีแพ่ง และการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว อันเป็นภารกิจหลักอีกประการของศาลยุติธรรมด้วยว่า รอบปี 2568 ที่ผ่านมา ศาลทั่วราชอาณาจักร (ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกา) มีคดีค้างมาและรับใหม่ในส่วนคดีอาญา คดีแพ่ง คดีปรับเป็นพินัย รวม 2,075,556 คดี พิจารณาเสร็จจำนวน 1,793,316 คดี
โดยในส่วนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร ทั้งค้างมาและรับใหม่พบว่าคดีผู้บริโภคสูงที่สุด จำนวน 939,342 คดี รองลงมาเป็นคดีอาญา 614,525 คดี ตามมาด้วยคดีแพ่ง 285,992 คดี ซึ่งคดีที่น่าสนใจในยุคนี้อย่างคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีจำนวน 5,494 คดี ส่วนกลุ่มคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1-9 รวม 2,804 คดี ส่วนคดีความมั่นคงที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำนาจสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 นั้น จำนวนคดีค้างมากับรับใหม่ รวม 345 คดี
นอกจากนี้ คดีความผิดต่อ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ที่ขึ้นสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลทั่วราชอาณาจักร (ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา) ทั้งค้างมาและรับใหม่รวม 847 คดี พิพากษาเสร็จ 428 คดี เท่ากับร้อยละ 50.53 ซึ่งรูปแบบการแสวงหาประโยชน์ของจำเลยนั้นจะเป็นการค้าประเวณีสูงที่สุด 446 คดี รองลงมาเรื่องการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น การเอาคนลงเป็นทาส การบังคับใช้แรงงานหรือบริการเกี่ยวกับ การประมง และการนำคนมาขอทาน
ส่วนการพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในคดีอาญา ปี 2568 มีจำนวนคำร้องทั้งสิ้น 277,377 คำร้อง ศาลมีคำสั่งอนุญาต จำนวน 247,049 คำร้อง ซึ่งหากเปรียบเทียบสถิติย้อนหลังถือว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยศาลมุ่งการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย ซึ่งการปล่อยชั่วคราวนอกเหนือจากการใช้หลักประกันเงินสดหรือหลักทรัพย์แล้ว ศาลมีมาตรการอื่น ๆ ในการป้องกันความเสี่ยงด้วย
โดยการปล่อยชั่วคราวพร้อมกับการกำหนดเงื่อนไข เช่น ให้มารายงานตัวตามนัด ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ห้ามกระทำการใดขัดขวางกระบวนพิจารณาคดีมิฉะนั้นจะพิจารณาถอนประกัน การแต่งตั้งผู้กำกับดูแล การติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการติดตามตัวละจำกัดการเดินทาง (กำไล EM) เป็นต้น
อ่านข่าว :
ศาลฯ เปิดรับคำร้อง "Take it down" ระงับเผยแพร่ข้อมูลคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์
ศาลยุติธรรมเปิดผลนับคะแนนเลือก ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ตำแหน่ง
