2 พรรคใหญ่ หนุนตัดงบอาหารฟรี สส. "หมอวรงค์" เดินหน้าต่อหั่นสิทธิ์ไม่พึงได้

การเมือง
15:41
จำนวนผู้ชม 866
2 พรรคใหญ่ หนุนตัดงบอาหารฟรี สส. "หมอวรงค์" เดินหน้าต่อหั่นสิทธิ์ไม่พึงได้

ระหว่างที่ได้เห็น สส.จากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ต่างร่วมวงอภิปรายผลกระทบจากตะวันออกกลางในการประชุมสภาผู้แทนฯ รวมทั้งเสนอแนวทางต่อรัฐบาล ในการรับมือปัญหา

ยังได้เห็นท่าทีจากพรรคการเมืองหนุนการยกเลิกเลี้ยงอาหาร สส. ในวันประชุมสภาฯ อย่างน้อย 2 พรรค เริ่มจากพรรคประชาชนที่หารือจนเป็นข้อสรุปในการประชุมสส.พรรคเมื่อวานนี้ (24 มี.ค.2569) และพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ติดขัดการยกเลิกเลี้ยงอาหาร สส.ในวันประชุมสภาฯ ให้สส.รับผิดชอบ จ่ายเงินกันเอง

ความจริงต้องรวมอีก 1 พรรคการเมืองเล็ก อย่างพรรคไทยภักดี ที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค คนเปิดประเด็นเรื่องนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดประชุมสภาฯ โหวตเลือกประธาน และรองประธาน

โดยมีเสียงขานรับ และแรงเชียร์จากประชาชนจำนวนไม่น้อย ผ่านโลกออนไลน์ ที่ไม่พอใจสิทธิประโยชน์มากมายเกินพอดี ของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ทั้ง สส.และ สว.

นพ.วรงค์ ยังคงมีคอนเทนน์ต่อเนื่อง ยืนยันให้เห็นความมุ่งมั่นเอาจริงในเรื่องนี้ โดยโชว์สั่งข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวที่โรงอาหาร ชั้นบี 2 ของรัฐสภา พร้อมสแกนจ่ายเงินเห็นๆ ราคา 60 บาท แทนการไปกินอาหารที่สภาฯ จัดเตรียมไว้ให้ สส.

นพ.วรงค์ ยังพูดย้ำข้อเรียกร้องเดิม ไม่เพียงตัดงบอาหารฟรี สส.เท่านั้น ยังต้องการให้ตัดจำนวนผู้ช่วยสส.จาก 8 คนเหลือ 3 คน และลดยกเลิกเงินบำนาญ สส.และ สว.ด้วย

เพราะความจริง เงินทุนที่ว่าไม่ใช่เงินบำนาญ แต่เรียกว่าเงินทุนเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ รูปแบบการจ่ายเป็นการจ่ายแบบรายเดือน

โดยจ่ายเงินเข้ากองทุน เดือนละ 3,500 บาท หากเป็น สส.ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จะได้รับบำนาญตลอดชีพ เดือนละประมาณ 21,300 บาท และเงินบำนาญจะเพิ่ม ตามระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง สูงสุดจะได้รับประมาณ 42,700 บาท

เป็นอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่ นพ.วรงค์ ย้ำว่า สส.ได้รับมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่เป็นอาชีพที่อาสาเข้ามาทำ ไม่มีใครบังคับขู่เข็ญ นอกเหนือจากเงินเดือนบวกเงินเพิ่มตกประมาณเดือนละ 113,000 บาท

รับค่าพาหนะในการเดินทางฟรี ครอบคลุม รถไฟ รถยนต์ประจำทาง และเครื่องบิน หากเดินทางโดยพาหนะส่วนตัว มีสิทธิได้รับเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในลักษณะเหมาจ่าย

ยังได้รับค่ารักษาพยาบาล ตั้งแต่ค่าห้องพักโรงพยาบาล ค่าอาหาร ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์ให้คำปรึกษา ค่ารักษาทำฟัน ค่าคลอดบุตร ค่าอุบัติเหตุฉุกเฉิน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี

ค่าเบี้ยประชุมกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ค่าเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ

สิทธิประโยชน์ต่างๆเหล่านี้ ยังมีอีกหลายคน ที่สนับสนุนให้มีการพิจารณาตัดทอนและปรับลด ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินงบประมาณของแผ่นดินได้จำนวนมาก และช่องว่างความแตกต่างกับประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่เด็กและเยาวชน ที่ได้รับงบค่าอาหารกลางวันเฉลี่ยเพียงวันละ 24-36 บาทต่อวันต่อหัว ขณะที่ สส.เฉลี่ยวันละ 1,000 บาท

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เป็นอีกคนหนึ่งที่เสนอแนวทางขจัดสิทธิประโยชน์ที่มากเกินไปมาตลอด ล่าสุดโพสต์เสนอ 5 ข้อ ตัดงบประมาณที่ฟุ่มเฟือย และสร้างวินัยที่ดีให้กับสส.

ในจำนวนนี้ รวมทั้งตัดเงินเดือน สำหรับ สส.ขาดประชุมเกิน 80% และหากขาดต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน ควรต้องพ้นสถานภาพการเป็น สส. จัดวันประชุมสภาฯ คนละวันกับประชุมกรรมาธิการ เพื่อป้องกันปัญหาข้ออ้างไม่เข้าประชุม และกรรมาธิการสามัญ ไม่ควรจะได้รับเบี้ยเลี้ยงการประชุมอีก เพราะถือเป็นการทำหน้าที่

ซึ่งก็มีเสียงขานรับและสนับสนุนอย่างกว้างขวาง จากผู้คนทั่วไปไม่น้อยเช่นกัน แต่จะสำเร็จ สามารถเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติมากแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะสิทธิประโยชน์เหล่านี้ มีให้กับ สส.และสว.มานาน จนกลายเป็นความชินในที่สุด และไม่ได้รู้สึกผิดอะไร กับเหตุการณ์สภาล่ม เพราะองค์ประชุมไม่ครบ หรือผลงานในการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติในสภา เช่น การผลักดันกฎหมายสำคัญๆ กลับมีให้เห็นไม่มาก รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านแค่วาระ 1 ก็ยากเย็นเต็มที

เข้าข่าย KPI วัดผลงาน เผลอๆจะสอบตกซ้ำซาก เว้นแต่เรื่องที่ฝ่ายการเมืองได้ประโยชน์ ที่ยังคงผ่านฉลุย

ครั้งนี้ต้องลุ้นกันว่าผลจะออกมาอย่างไร ในการเรียกหารือเบื้องต้นของประธาน โสภณ ซารัมย์ 30 มี.ค.นี้

"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

ประชุมสภาฯ พรรคการเมืองพร้อมใจเสนอญัตติแก้วิกฤตพลังงาน

“กรณ์” อภิปรายชี้ “รัฐบาล” ล้มเหลวแก้วิกฤตพลังงาน

สภาฯ ถกวิกฤตพลังงาน สส.เพื่อไทย-ภูมิใจไทย พกปิ่นโต นำกลางวันมากินเอง