"เจ้างาเบี่ยง" หากิน-นอนแช่โคลนในไร่อ้อย สบอ.1 ยกระดับเฝ้าระวังช่วงปิดหีบ

สิ่งแวดล้อม
16:48
จำนวนผู้ชม 440
"เจ้างาเบี่ยง" หากิน-นอนแช่โคลนในไร่อ้อย สบอ.1 ยกระดับเฝ้าระวังช่วงปิดหีบ
"เจ้างาเบี่ยง" พร้อมเพื่อนช้างป่า หากิน-ลงนอนแช่โคลนในไร่อ้อยช่วงฤดูเก็บเกี่ยว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะที่ สบอ.1 ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง-ลดเผชิญหน้าเกษตรกร-ช้างป่า กางแผนเชิงรุก 5 ด้าน

วันนี้ (25 มี.ค.2569) นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว และ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ล่าสุดการบินโดรนพบว่า "เจ้างาเบี่ยง" ช้างป่าตัวผู้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น คืองาโค้งผิดปกติ กำลังหากินและเล่นโคลนในไร่อ้อยของเกษตรกรอย่างสบายอารมณ์ โดยพบว่ามีช้างป่าอีก 1 ตัว ร่วมขบวนด้วย สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเก็บเกี่ยวอ้อยเพื่อส่งโรงงานน้ำตาล หรือฤดูปิดหีบ ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรจำเป็นต้องลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเผชิญหน้ากับช้างป่า

ภาพประกอบข่าว

ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก่อนหน้านี้ นายเนย สุขประเสริฐ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดปราจีนบุรี, นายมนตรี คำพล นายกสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดสระแก้ว และนายสมใจ ลาทอง ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานอย่างเข้มข้นกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมกลุ่มแกนหลักชุมชน ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาราบรื่น และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

สำหรับนโยบายเร่งด่วน หรือ "Quick Win" จำนวน 5 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้

  • การจัดการแหล่งอาศัยในป่าลึก จัดเตรียมแหล่งน้ำ ทุ่งหญ้า และโป่งเทียมในพื้นที่ป่าลึก เพื่อดึงดูดช้างป่าให้กลับคืนสู่ถิ่นอาศัยเดิมตามธรรมชาติ
  • การเฝ้าระวังและผลักดันร่วมกับชุมชน จัดตั้งและสนับสนุนชุดปฏิบัติการร่วมกับชุมชนในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการผลักดันช้างป่าในจุดเสี่ยงต่าง ๆ
  • การสร้างและปรับปรุงแนวป้องกัน โดยปรับปรุงและสร้างแนวป้องกันช้างป่าเพิ่มเติม เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สัตว์ป่ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน
  • การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการแจ้งเตือน โดยพัฒนาระบบ SMART Early Warning System ประยุกต์ใช้ AI ผสานเข้ากับแอปพลิเคชัน และระบบส่ง SMS แจ้งเตือนภัยให้แก่ชาวบ้านแบบเรียลไทม์
  • การขับเคลื่อนโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ดำเนินการในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงพื้นที่แบบไร้รอยต่อ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ภาพประกอบข่าว

นายยศวัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญสูงสุดของการดำเนินงาน คือ การทำให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและปลอดภัย ในระยะนี้ทางกรมอุทยานฯ ขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ไร่อ้อยในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ช้างป่ามักออกหากิน

หากประชาชนพบเห็นช้างป่า ขอให้รีบแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ โทร.1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการผลักดันช้างป่าตามหลักวิชาการ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและสัตว์ป่า

อ่านข่าว :

ไฟรบตะวันออกกลาง 14 วัน ปล่อย CO₂ 5 ล้านตันเทียบเท่า 84 ประเทศรวมกัน

ทส.ดัน "ถ้ำกระดูก" นครศรีฯ ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ของชาติ

อัคราฯ เตรียมยื่นอุทธรณ์ หลังศาลสั่งชดใช้ชาวบ้านคดีเหมืองทอง-ฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน