"ไม่สง่างาม" มาครงสวนทรัมป์ ปมล้อเลียนภรรยา จุดชนวนตึงเครียดใหม่

ต่างประเทศ
13:30
จำนวนผู้ชม 1,100
"ไม่สง่างาม" มาครงสวนทรัมป์ ปมล้อเลียนภรรยา จุดชนวนตึงเครียดใหม่
ความตึงเครียดระหว่างฝรั่งเศส-สหรัฐฯ ปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อทรัมป์กล่าวพาดพิงภรรยาของมาครงอย่างไม่เหมาะสม จน ปธน.ฝรั่งเศสตอบโต้กลับทันทีว่า คำพูดดังกล่าว "ไม่สง่างาม ไม่เหมาะสม" ก่อนที่ประเด็นจะลุกลามไปสู่ความขัดแย้งด้านนโยบายระหว่างประเทศ

วันนี้ (3 เม.ย.2569) CNN รายงาน ประเด็นร้อนแรงระดับโลกที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ สร้างความตกตะลึงระดับการทูตระหว่างประเทศอีกครั้ง ด้วยการใช้วาจาโจมตีเชิงล้อเลียนต่อ แอมานูแอล มาครง ปธน.ฝรั่งเศส โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัวและภรรยาของมาครงอย่าง "บริจิตต์ มาครง" ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางที่สุดจุดหนึ่งของผู้นำแดนน้ำหอม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในงานเลี้ยงส่วนตัวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (1 เม.ย.) โดยทรัมป์กล่าวต่อหน้าผู้ร่วมงานในเชิงตำหนิมาครงอย่างรุนแรง ที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือทางการทหารกับสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโลกต้องชะงักคือ การที่ทรัมป์กล่าวพาดพิงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวว่า เขาโทรหาผู้นำฝรั่งเศส คนที่ภรรยาของเขาปฏิบัติกับเขาได้แย่สุด ๆ ตอนนี้เขาคงกำลังพักฟื้น จากการถูกหมัดขวาเข้าที่กราม

คำพูดของทรัมป์อ้างถึงคลิปที่เป็นไวรัลเมื่อปี 2568 ภาพที่ดูเหมือนว่า บริจิตต์ มาครง ได้ผลักหน้าสามีของเธอขณะอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แม้ว่าทางทำเนียบเอลิเซจะไม่ได้ออกมายืนยันข้อเท็จจริงในตอนนั้น แต่ทรัมป์กลับหยิบเรื่องนี้มาเป็นประเด็นหลักในการด้อยค่ามาครงในฐานะผู้นำ โดยนัยคือการสื่อว่ามาครง ไม่สามารถควบคุมแม้กระทั่งเรื่องในบ้านของตัวเองได้ แล้วจะมาบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างไร

ทางด้าน แอมานูแอล มาครง ซึ่งอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ถูกสื่อมวลชนรุมซักถามถึงประเด็นนี้ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป เขามีท่าทางที่ดูอึดอัดอย่างชัดเจน และตอบโต้ว่า คำพูดของผู้นำสหรัฐฯ นั้น "ไม่สง่างามและไม่ได้อยู่ในระดับที่ได้มาตรฐาน"

ความโกรธเคืองของมาครงนั้นมีที่มาที่ไป เรื่องราวของภรรยาเขา ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาถึง 25 ปี เป็นหัวข้อที่เขาอ่อนไหว และพร้อมปกป้องมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งคู่เพิ่งจะยื่นฟ้องหมิ่นประมาทพอดแคสต์เตอร์ชาวอเมริกัน ที่กุเรื่องว่าบริจิตต์อาจจะเป็นผู้ชาย ดังนั้นการที่ทรัมป์นำเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวมาโจมตีต่อหน้าสาธารณชน จึงถือเป็นการข้ามเส้นที่ฝรั่งเศสยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

ภาพประกอบข่าว

ปมร้าวลึกฝรั่งเศสเซย์ "โน" เข้าร่วมสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

แม้ว่าทรัมป์จะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการล้อเลียนเรื่องครอบครัวมาครง แต่เบื้องหลังที่แท้จริงของความเกรี้ยวกราดนี้คือ ความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ในการดึงฝรั่งเศสเข้าสู่สนามรบ ทรัมป์กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในตะวันออกกลาง หลังจากที่ตัดสินใจเปิดฉากถล่มโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านร่วมกับอิสราเอล

ทรัมป์คาดหวังว่ามิตรสหายเก่าแก่ที่สุดอย่างฝรั่งเศส จะส่งกองเรือมาช่วยสนับสนุนในภารกิจเปิดเส้นทางเดินเรือใน "ช่องแคบฮอร์มุซ" เพื่อคลายวิกฤตน้ำมันโลก แต่มาครงกลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง แม้ฝรั่งเศสจะมีการส่งเครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ไปยังอ่าวเปอร์เซีย เพื่อคุ้มครองพันธมิตรอาหรับบ้าง รวมถึงการส่งเรือรบไปประจำการแถวไซปรัส ที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปซึ่งถูกโจมตี แต่มาครงยืนกรานว่า "จะไม่เป็นหัวหอกให้สหรัฐฯ" ในการขยายวงสงครามครั้งนี้

ความตึงเครียดถึงขั้นสุดเมื่อฝรั่งเศสจับมือกับสเปนและอิตาลี ประกาศสั่งแบนไม่ให้เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศในประเทศ เพื่อไปปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดในตะวันออกกลาง นี่คือหมัดฮุกทางการเมือง ที่ทำให้ทรัมป์เสียหน้าอย่างหนัก จนนำมาสู่การเหน็บแนมมาครงในเรื่องส่วนตัวเพื่อเป็นการเอาคืน

ฝรั่งเศสรุมประณามทรัมป์

ในฝรั่งเศส เรื่องส่วนตัวของนักการเมือง ถือเป็นพื้นที่ต้องห้ามที่ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน ดังนั้นคำพูดของทรัมป์ จึงจุดชนวนความโกรธแค้นไปทั่วแวดวงการเมือง มานูเอล บอมพาร์ด ผู้นำพรรคฝ่ายซ้ายจัดเรียกคำพูดนี้ว่า "ยอมรับไม่ได้อย่างที่สุด"

ขณะที่ ยาแอล บราวน์-ปิเว ประธานสภาผู้แทนราษฎรหญิง ออกมาตำหนิผ่านทางสถานีวิทยุว่า "ในขณะที่เรากำลังคุยกันเรื่องอนาคตของโลก ในขณะที่มีคนล้มตายในสนามรบ และประชาชนกำลังเดือดร้อนแสนสาหัส เรากลับมีคนที่เอาแต่หัวเราะและล้อเลียนคนอื่น"

ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นกับฝรั่งเศส ในสมัยแรกของทรัมป์ ตอนนี้กลายสภาพเป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังส่วนตัว ทรัมป์มักจะทำท่ายั่วยวนเลียนแบบมาครงในที่สาธารณะและเคยแม้กระทั่งเปิดเผยข้อความส่วนตัวของมาครง เพื่อให้อีกฝ่ายอับอาย ขณะที่มาครงเองก็ดูจะหมดความอดทน และเริ่มใช้นโยบายที่แข็งกร้าว เพื่อตอบโต้ทั้งเรื่องกำแพงภาษีและนโยบายต่างประเทศของทำเนียบขาว อย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน

อ่านข่าวอื่น :

"ณัฐพล" อำลา รมว.กลาโหม รับโดนตำหนิปมกัมพูชา เชื่อมือ "อดุลย์" ทำงานได้ดี

ลอบวางบึ้ม 3 จุด อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี - ไร้เจ็บ

รพ.เด็ก ในเตหะราน จัดกิจกรรมเติมรอยยิ้มเด็ก ท่ามกลางสงคราม