ส่องแรงผลัก "ชาติตะวันออกกลาง" ยุติสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน"

ต่างประเทศ
16:07
จำนวนผู้ชม 1,316
ส่องแรงผลัก  "ชาติตะวันออกกลาง"  ยุติสงคราม  "สหรัฐฯ-อิหร่าน"
Botnoi Voice

ท่ามกลางข้อสังเกตสงครามในตะวันออกกลางว่าจะจบลงอย่างไร? หลัง "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขยายเส้นตายที่กำหนดต่ออิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ และยังได้เรียกร้องให้อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซในกรอบเวลา 2 สัปดาห์เช่นเดียวกัน

ผศ.มาโนชญ์ อารีย์ คณะสังคมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความเห็นว่า การที่สหรัฐฯ ขยายเวลาออกไปเรื่อยๆ "ส่วนหนึ่งเพื่อประวิงเวลาที่จะดึงอาหรับพันธมิตรเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้"

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้อิหร่าน คุม "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนระเบียบในภูมิภาค กลายเป็นเครื่องมือบีบให้ประเทศต่างๆ ออกห่างจากอเมริกา วางตัวเป็นกลาง หรือมาทางฝั่งอิหร่าน จากกรณีประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน มีท่าทีวางตัวเป็นกลาง และไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ นั่นหมายความว่าประเทศเหล่านี้อาจเตรียมเจรจาขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซกับอิหร่าน โดยที่ไม่ต้องใช้กำลัง "หากเป็นแบบนี้จะทำให้หลายประเทศ หรืออย่างน้อยจำนวนหนึ่ง เอาตัวออกห่างจากสหรัฐฯ แล้ววางตัวเป็นกลางเพื่อผลประโยชน์ด้านน้ำมัน จึงอาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง"

ผศ.มาโนชญ์ อารีย์

ผศ.มาโนชญ์ อารีย์

ดังนั้นผมคิดว่าการที่อเมริกา ทอดเวลาประวิงเวลาออกมาเรื่อยๆ ในการขยายเส้นตายให้อิหร่าน ก็คือเขาต้องการที่จะดึงอาหรับพันธมิตรของเขา เข้าสู่สงครามกับอิหร่าน แต่มันไม่ประสบความสำเร็จ

ประเทศที่ 3 แรงผลักดัน "ยุติ" สงคราม

"ผศ.มาโนชญ์" ยังมองว่า แม้อิหร่านจะโจมตีเข้าไปในประเทศอาหรับหลายประเทศ โดยพุ่งเป้าผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกกลาง ทั้งบริษัทเทคโนโลยีสำคัญๆ ของสหรัฐฯ ในประเทศอาหรับทั้งหมด แต่ประเทศเหล่านี้กลับสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้ ออกเพียงแถลงการณ์ประณามอิหร่าน หรือแม้การพยายามจะขอมติ UNSC (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ คือ 1 ใน 6 องค์กรหลักของสหประชาชาติ UN) เพื่อจัดการกับอิหร่าน แต่ก็ยังไม่มีปฏิบัติการตอบโต้อิหร่านโดยตรง

การประชุม UNSC

การประชุม UNSC

หากวิเคราะห์กลุ่มประเทศอาหรับจะแบ่งเป็นกลุ่มที่ถูกโจมตีหนัก อย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน เนื่องจากมีความสัมพันธ์พิเศษ เพราะต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ประเทศเหล่านี้เป็นผู้สนับสนุนที่มีแนวโน้มจะเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน ภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ ดังนั้นจึงเห็นการแอ็คชั่น ตัวตั้งตัวตี และมีแนวโน้มจะเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน ภายใต้แรงกดดันจากอเมริกา ดังนั้นจึงเห็นท่าทีการเคลื่อนไหวของประเทศเหล่านี้มากกว่าประเทศอื่น

ในขณะที่กลุ่มประเทศอย่างกาตาร์ และโอมาน จะเป็นสายกลางค่อนข้างที่จะเห็นใจ และมีผลประโยชน์ร่วมกับอิหร่าน ไม่ต้องการให้เกิดสงครามระดับภูมิภาค ระหว่างอาหรับกับอิหร่าน "ฉะนั้นประเทศเหล่านี้รวมทั้งซาอุดีอาระเบีย ก็จะพยายามที่จะดึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ให้เข้าสู่สงครามกับอิหร่าน เพราะมองว่าหากเมื่อใดก็ตาม ที่เข้าสู่สงครามกับอิหร่าน สหรัฐฯ จะถอยตัวออกไปแล้วกลายเป็นผู้ที่ขายอาวุธอยู่ข้างหลัง ทิ้งปัญหาให้อิหร่านกับอาหรับซัดกันเอง อาหรับจึงระมัดระวังตัว ไม่กระโดดเข้ามาสู่สงครามครั้งนี้"

ส่องแรงผลัก  "ชาติตะวันออกกลาง"  ยุติสงคราม  "สหรัฐฯ-อิหร่าน"

ส่องแรงผลัก "ชาติตะวันออกกลาง" ยุติสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน"

..ถามว่า หากสหรัฐฯ ถอนตัวออกไปจากสงคราม จะวางตัวอย่างไรในการรักษาผลประโยชน์ช่องแคบฮอร์มุซ.. "ผศ.มาโนชญ์" วิเคราะห์ว่า โอมานน่าจะเตรียมคุยกับอิหร่านเพื่อตกลงร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ "ท่าทีที่เกิดขึ้นหมายความว่า เลือกแนวทางที่จะคุยกับอิหร่านมากกว่าการเผชิญหน้ากัน"

"จีน-รัสเซีย" ใครจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

..เกมสงครามที่ยืดเยื้อ.. "จีน-รัสเซีย" ในฐานะที่สนับสนุนเทคโนโลยี ระบบเชื่อมต่อดาวเทียม ด้านการข่าวให้กับอิหร่าน เรือน้ำมันของจีนจึงได้รับประโยชน์จากการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างอย่างปลอดภัย รัสเซียก็สามารถขายน้ำมันในราคาสูงปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สหรัฐฯ ต้องเสียงบประมาณมหาศาลในการติดหล่มสงคราม ทั้งยังไม่มีพันธมิตรชาติตะวันตก หรือชาติอาหรับ กระโดดเข้ามาช่วย

การที่อิหร่านยอมเป็นด่านหน้า แม้อาจจะเจ็บตัวไปบ้างนั้น ก็เพื่อให้เกมภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และระดับโลกเปลี่ยน แต่หากอิหร่านจะหาทางลง หรือยอมหยุดยิงได้ มี 2 เงื่อนไขสำคัญ คือต้องจ่ายค่าชดเชยให้ เสมือนกับว่าอิหร่านคือผู้ชนะสงคราม ซึ่งสหรัฐฯ ก็คงไม่จ่ายอยู่แล้ว และจะต้องมีหลักประกันทางด้านความมั่นคงว่าสหรัฐฯ และอิสราเอล จะไม่โจมตีอีกในอนาคต

…คำถามก็คือ อะไรจะเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับอิหร่านได้… "ผศ.มาโนชญ์" มองว่า 2 กลไกที่สำคัญ คือ "จีน" ซึ่งถือว่าเป็นมหาอำนาจของโลก จะเป็นตัวการันตีความปลอดภัยความมั่นคงให้กับอิหร่าน นั่นก็เพราะในตอนหลังจีนเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีความแนบแน่นกับซาอุดีอาระเบีย และล่าสุดก็คุยกับปากีสถาน เพื่อเสนอ 5 แนวทางหยุดยิง

ประชาชนอิหร่านออกมาฉลองชัยชนะ

ประชาชนอิหร่านออกมาฉลองชัยชนะ

ส่วนหนึ่งก็คือประเทศตุรกี ปากีสถาน อิยิปต์ ซาอุดีอาระเบีย ที่ตอนหลังรวมตัวทางด้านความมั่นคงมากขึ้น อย่างไม่เคยมีมาก่อน และพยายามจะจัดระเบียบในภูมิภาคใหม่ ดังนั้นหากกลุ่มประเทศเหล่านี้ร่วมมือกับจีน พร้อมใจรับประกันความมั่นคงให้กับอิหร่าน ก็อาจจะทำให้อิหร่านยอมที่จะหยุดยิง และอาจจะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนของเกราะป้องกันให้กับอิหร่าน

ผศ.มาโนชญ์ อารีย์/ คณะสังคมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

อ่านข่าว

เปิดเบื้องหลัง "ปากีสถาน" ตัวกลางระดับโลก ต่อจิ๊กซอว์หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

วิเคราะห์สถานการณ์หยุดยิง "สหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน" ใครคือผู้ชนะ

“ทรัมป์” ชี้ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน “วันสำคัญของสันติภาพโลก”