วิเคราะห์สถานการณ์หยุดยิง "สหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน" ใครคือผู้ชนะ

ต่างประเทศ
12:39
จำนวนผู้ชม 2,513
วิเคราะห์สถานการณ์หยุดยิง "สหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน" ใครคือผู้ชนะ
นักวิชาการมองสถานการณ์ล่าสุด อิหร่านชนะในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเงื่อนไขสำคัญได้รับการยอมรับ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการคุ้มครองเครือข่ายพันธมิตร ในขณะที่ สหรัฐฯ ได้โอกาสถอนตัวจากสงคราม ส่วนผู้เสียประโยชน์ คือ อิสราเอล

วันนี้ (8 เม.ย.2569) รายการพิเศษ "วิกฤต ตะวันออกกลาง" ของไทยพีบีเอส โดย กรุณา บัวคำศรี และพงศธัช สุขพงษ์ ได้สัมภาษณ์ ดร.รุสตั้ม หวันสู สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกี่ยวกับสถานการณ์การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ดร.รุสตั้ม วิเคราะห์ว่า เหตุผลที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมรับข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน และยืดเวลาการโจมตีออกไป 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดให้มีการเจรจา เนื่องจากทรัมป์ ต้องการ "ทางลง" จากความขัดแย้งที่ไม่มีทางออก โดยไม่ให้ดูเหมือนเป็นผู้พ่ายแพ้ และมองว่า ในเชิงยุทธศาสตร์ อิหร่านมีอำนาจต่อรองสูงกว่าในขณะนี้ ทำให้ข้อเสนอของอิหร่านถูกนำมาเป็นร่างหลักในการพิจารณา แทนที่ 15 ข้อของสหรัฐฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากสถานการณ์ที่บีบคั้น เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่อิหร่านแสดงสัญลักษณ์ "ไม่ถอย" โดยการให้ประชาชนไปล้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อป้องกันการโจมตี ใครได้-ใครเสีย จากข้อตกลงนี้ ดร.รุสตั้ม วิเคราะห์ว่า อิหร่าน ชนะในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเงื่อนไขสำคัญได้รับการยอมรับ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการคุ้มครองเครือข่ายพันธมิตร

ในขณะที่ สหรัฐฯ ได้ประโยชน์ในแง่การหยุดความสูญเสีย รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันโลก และถอนตัวจากสงครามได้ ส่วนผู้เสียประโยชน์ คือ อิสราเอล ที่เสียเปรียบอย่างหนัก เพราะไม่ต้องการให้สหรัฐฯ หยุดสงคราม และต้องยอมรับการมีอยู่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่ชายแดนโดยไม่สามารถโจมตีได้ และเชื่อว่าตัวกลางที่ผลักดันให้เกิดการเจรจาเป็นผลสำเร็จคือ ปากีสถาน และโอมาน

ส่วนการวิเคราะห์ 10 ข้อเสนอจากอิหร่าน ดร.รุสตั้ม มองว่า มี 3 ข้อที่เป็นหัวใจหลักของอิหร่าน ที่น่าจะไม่ยอมลงให้สหรัฐฯ อย่างแน่นอน ประกอบด้วย การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอิหร่านอ้างว่า เป็นการพัฒนาเพื่อสันติภาพ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธ เพื่อรักษาขีดความสามารถทางทหารของตนเอง และสุดท้าย คือการคุ้มครองกลุ่มพันธมิตรต่างๆ ของอิหร่าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีประเด็นใดที่น่ากังวลว่า อาจทำให้การเจรจาไม่ประสบผลบ้าง ดร.รุสตั้ม กล่าวว่า จุดที่เปราะบางที่สุดของเรื่องนี้ คือการขาดความไว้วางใจต่อกัน และรวมถึงข้อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ถอนฐานทัพออกจากภูมิภาค อาจเป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ยอมรับได้ยากที่สุด นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่อิหร่านอาจพยายามเก็บค่าผ่านทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขัดกับหลักน่านน้ำสากล

อ.รุสตั้ม กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังเสียสถานะ "เจ้าผู้นำ" ในตะวันออกกลาง และถูกมองว่าปกป้องแต่อิสราเอลจนละเลยพันธมิตรอาหรับ นอกจากนี้ ประเด็น "เปโตรดอลลาร์" (Petrodollar) ยังคงเป็นปัจจัยซ่อนเร้นที่สหรัฐฯ กังวล เพราะการที่อิหร่านพยายามใช้เงินสกุลอื่นซื้อขายน้ำมัน คือการท้าทายอำนาจเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตรง

"อีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาตัดสินว่าการเจรจาที่ปากีสถานจะนำไปสู่การหยุดยิงถาวร หรือจะเป็นเพียงการพักรบเพื่อเติมกระสุนของทั้งสองฝ่ายครับ" ดร.รุสตั้ม กล่าวในที่สุด

อ่านข่าว :

“อิสราเอล” สนับสนุนหยุดยิง 2 สัปดาห์ ระบุไม่ครอบคลุม “เลบานอน”

เปิด 10 ข้อเสนอ "อิหร่าน" เจรจากับสหรัฐฯ 10 เม.ย.หลังหยุดยิง 2 สัปดาห์

“สหรัฐฯ-ปากีสถาน” เจรจา ยุติขัดแย้ง 10 เม.ย.นี้ ณ กรุงอิสลามาบัด