วันนี้ (8 เม.ย.2569) สำนักข่าว CNN รายงานบรรยากาศทางการเมืองในสหรัฐอเมริกากลับมาตึงเครียดถึงขีดสุดอีกครั้ง เมื่อบทสนทนาเรื่องการใช้ "บทแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25" (25th Amendment) เพื่อปลดประธานาธิบดีออกจากตำแหน่งถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นหลักในสังคม แม้ว่ากระบวนการนี้จะมีความซับซ้อนและต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากรองประธานาธิบดีและเสียงส่วนใหญ่ของคณะรัฐมนตรี
แต่สิ่งที่น่าตกใจในครั้งนี้คือ "กลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้อง" ไม่ได้มีเพียงแค่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง อย่างพรรคเดโมแครตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอดีตพันธมิตรที่เคยเหนียวแน่นและผู้สนับสนุนฝ่ายขวาจัดหลายราย
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นจากโพสต์ข้อความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 เม.ย.) ระบุว่า "อารยธรรมทั้งมวลจะพินาศสิ้นในคืนนี้" หากอิหร่านไม่ยอมตกลงในข้อเสนอของเขา แม้ว่าในเวลาต่อมาทรัมป์จะประกาศว่าบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ได้สำเร็จ โดยมีเงื่อนไขการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่คำพูดที่รุนแรงและดูเหมือนการข่มขู่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ที่หลายฝ่ายกังวลว่า อาจหมายถึงอาวุธนิวเคลียร์ ได้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วสารพัดทิศ
2 พรรคใหญ่อเมริกันผนึกกำลัง เรียกร้องใช้บทบัญญัติที่ 25 ปลด "ทรัมป์"
หนึ่งในเสียงที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือ มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สส.หญิงจากจอร์เจีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนตัวยงของทรัมป์มาโดยตลอด เธอได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า "บทแก้ไขที่ 25!!!" พร้อมประณามคำขู่ของทรัมป์ ว่าเป็นความชั่วร้ายและความบ้าคลั่ง ซึ่งข้อความของเธอถูกนำไปแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง โดยนักการเมืองฝั่งเดโมแครต เพื่อย้ำเตือนถึงความไม่เหมาะสมของผู้นำคนปัจจุบัน
ไม่เพียงเท่านั้น อเล็กซ์ โจนส์ นักทฤษฎีสมคบคิดชื่อดัง และ แคนเดซ โอเวนส์ พอดแคสต์เตอร์ฝ่ายขวาที่มีอิทธิพล ต่างก็ออกมาตั้งคำถามและเรียกร้องให้มีการพิจารณาความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ โดยมองว่าท่าทีของประธานาธิบดีในขณะนี้มีความสุ่มเสี่ยงเกินกว่าจะปล่อยไว้
แอนโธนี สแกรามุชชี อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวในสมัยแรกของทรัมป์ เป็นอีกคนที่ออกมาเตือนอย่างรุนแรงว่า ทรัมป์กำลังเรียกร้องให้มีการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ และขอให้คณะรัฐมนตรีรีบดำเนินการถอดถอนทันที
ขณะที่ ทัคเกอร์ คาร์ลสัน อดีตพิธีกร Fox News ซึ่งเคยเป็นมิตรใกล้ชิด ได้วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างหนักในรายการของเขา โดยกล่าวว่า การขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในอิหร่าน ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมทางศีลธรรม และยังเปรียบเทียบท่าทีของทรัมป์ ในเชิงที่รุนแรงอย่างยิ่ง
ทางด้านพรรครีพับลิกันในสภา สว.รอน จอห์นสัน จากวิสคอนซิน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ภักดีต่อทรัมป์มาตลอด ได้ให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ว่า ตนสามารถสนับสนุนทรัมป์ได้ในหลายเรื่อง แต่จะไม่เอาด้วยอย่างเด็ดขาด หากมีการสั่งการให้โจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การจะใช้ บทแก้ไขที่ 25 นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตามกฎหมาย รองประธานาธิบดี เจ.ดี.แวนซ์ และคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ต้องเห็นชอบร่วมกันว่า ประธานาธิบดี "ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้" ซึ่งในขณะนี้ เจ.ดี.แวนซ์ ยังคงแสดงความภักดีอย่างเต็มที่ โดยเขาเพิ่งจะโทรศัพท์หาทรัมป์ เพื่อให้ประธานาธิบดีได้กล่าวปราศรัยสดผ่านโทรศัพท์ในงานรณรงค์ทางการเมืองที่เขาเข้าร่วมในต่างประเทศ
2 พรรคใหญ่อเมริกันผนึกกำลัง เรียกร้องใช้บทบัญญัติที่ 25 ปลด "ทรัมป์"
แม้ว่าในทางปฏิบัติการปลดอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน แต่การที่บุคคลสำคัญจากหลากหลายขั้วการเมือง โดยเฉพาะ "อดีตคนกันเอง" ออกมาเตือนภัยพร้อม ๆ กันเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญว่า ความอดทนต่อสไตล์การบริหารงานที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้ของทรัมป์กำลังถึงจุดแตกหัก และโลกกำลังเฝ้ามองว่า ก้าวย่างต่อไปของเขาในสงครามอิหร่านจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน หรือการเผชิญหน้าภายในทำเนียบขาว ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
อ่านข่าว :
ปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 10 ตัวคืนธรรมชาติ หลังฟื้นฟูจากอ่อนแรง
เปิดเบื้องหลัง "ปากีสถาน" ตัวกลางระดับโลก ต่อจิ๊กซอว์หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน
“ทรัมป์” ชี้ข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน “วันสำคัญของสันติภาพโลก”
นานาชาติแห่ชื่นชม "ปากีสถาน" กาวใจเชื่อมไมตรี สหรัฐฯ-อิหร่าน สำเร็จ
