ราชทัณฑ์สั่งสอบปม "แป้ง นาโหนด" อัดคลิปอ้างถูกกลั่นแกล้ง ปล่อยนักโทษใช้มือถือ

อาชญากรรม
12:20
จำนวนผู้ชม 712
ราชทัณฑ์สั่งสอบปม "แป้ง นาโหนด" อัดคลิปอ้างถูกกลั่นแกล้ง ปล่อยนักโทษใช้มือถือ
Botnoi Voice
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่ง เรือนจำกลางบางขวาง ตรวจสอบหลัง "เสี่ยแป้ง นาโหนด" ให้ญาติแอบอัดคลิปตอนเยี่ยม คาดจุดประสงค์ใหญ่เจ้าตัวอยากย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เหตุ ระเบียบวินัยเข้มข้นเคร่งครัดทำอึดอัด

วันนี้ (24 เม.ย.2569) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำกลางบางขวางเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำรายงานเหตุทั้งหมดแจ้งมายังกรมราชทัณฑ์ กรณีที่นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ อัดคลิปวิดีโอที่มีเสียงสนทนาภาษาใต้ ส่งออกมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวหลังจากที่คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายเรื่อง ขณะถูกควบคุมตัวในขณะนี้ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ได้ให้ญาติแอบอัดคลิปวิดีโอไว้ขณะที่กำลังเป็นการเยี่ยมญาติผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ด้วยการวิดีโอคอล ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามที่ญาติและผู้ต้องขังขณะเยี่ยมญาติทางออนไลน์ไม่สามารถดำเนินการได้

โดยกรมราชทัณฑ์ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวขณะเยี่ยม และห้ามนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทุกกรณีทั้งด้วยตัวเองหรือบุคคลอื่น แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวได้ให้ญาติแอบอัดเสียงไว้แล้วนำมาเผยแพร่

ส่วนเรื่องประเด็นใจความสำคัญ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นการอ้างเรื่องการกลั่นแกล้งผู้ต้องขังของผู้คุมเรือนจำฯ การตัดสิทธิเรื่องการสู้คดีให้ถึงชั้นฎีกา หรือการที่ผู้คุมแดน 1 และแดน 10 ปล่อยให้ผู้ต้องขังมีการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์นั้น ประเด็นเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้ได้รับความเป็นธรรมครบถ้วน ทั้งในส่วนของตัวผู้ต้องขังเองที่ได้มีการร้องเรียน และในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำฯ ที่ถูกกล่าวหา และหากพบว่ามีมูลในกรณีใดก็ตาม จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องมีความคืบหน้าเพื่อรายงานแก่สาธารณะโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม

สำหรับกรณีที่นายเชาวลิต ได้อ้างว่าจะขอย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อไปอยู่เรือนจำอื่น เช่น เรือนจำกลางคลองเปรม เรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนแล้วไม่สามารถกระทำได้ทันทีหลังจากที่ผู้ต้องขังแสดงความประสงค์ เพราะต้องมีกระบวนการตรวจสอบว่าเหตุใดจึงต้องมีการย้ายเรือนจำ ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์อย่างไร มีข้อร้องเรียนอะไรบ้าง มีความน่าวิตกกังวล หรือความปลอดภัยอย่างไรหรือไม่ และยิ่งในกรณีของนายเชาวลิต ที่เคยมีการแหกคุกออกจากสถานคุมขังระหว่างรักษาตัวนอกเรือนจำที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อหลบหนีไปได้ ก็มีการติดอาวุธพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จวบจนสามารถหลบหนีออกไปยังต่างประเทศได้

พฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยผู้ต้องขังอย่างร้ายแรงแล้ว ซึ่งการนำตัวนายเชาวลิตกลับมาคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูงอย่างเรือนจำกลางบางขวาง ก็ถือเป็นมาตรการที่เข้มข้นแล้ว หากจะต้องมีการย้ายเรือนจำฯ อาจจะต้องย้ายไปยังเรือนจำความมั่นคงสูงที่อยู่นอกพื้นที่ ไม่ใช่ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน อาทิ เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เป็นต้น และด้วยพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจของนายเชาวลิต ทางราชทัณฑ์ได้มีการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างเข้มข้น เพราะหวั่นเกรงว่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้กับเครือข่ายพรรคพวกรับทราบหรือไม่ว่าหากเจ้าตัวได้มีการย้ายเรือนจำจริง อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างเช่น การลอบชิงตัวผู้ต้องขังระหว่างย้ายเรือนจำก็เป็นไปได้ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ คู่ขนานไปกับการรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ต้องขังอย่างเสมอภาค

เบื้องต้นสาเหตุที่เป็นปัจจัยทำให้นายเชาวลิต มีความประสงค์อยากย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวางนั้น จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ผู้คุมของเรือนจำกลางบางขวาง ได้มีการปฏิบัติหน้าที่เข้มงวดตามขั้นตอนการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิการของผู้ต้องขัง และในข้อเท็จจริง เรือนจำกลางบางขวางถือเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง หากผู้ต้องขังรายใดมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ มีอิทธิพล ย่อมต้องมีการกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เพื่อไม่ให้สร้างอิทธิพลหรือทำให้ผู้ต้องขังรายอื่นได้รับผลกระทบไปด้วย จึงอาจเป็นไปได้ว่าระหว่างที่นายเชาวลิตอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำนั้น มีความไม่พึงพอใจที่เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขัน จนสร้างความอึดอัดให้กับเจ้าตัว

ส่วนเรื่องที่อ้างว่ามีการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ในแดน 1 และแดน 10 ของเรือนจำฯ ปกติแล้วในพื้นที่เรือนจำฯ จะมีคอมพิวเตอร์ไว้ให้ผู้ต้องขังได้ใช้ค้นคว้าศึกษาความรู้อยู่แล้ว แต่ต้องไม่ใช่การใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน ดังนั้น การที่นายเชาวลิต ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาดในแดน 1 และแดน 10 ก็เป็นเรื่องที่ต้องสอบกับเจ้าตัวว่าได้พบเห็นเรื่องดังกล่าวกับตาของตัวเอง หรือเป็นเรื่องบอกเล่าจากผู้ต้องขังรายอื่น ๆ เพื่อที่เรือนจำฯ จะได้ใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นเบาะแสที่ดีที่นายเชาวลิตได้แจ้งให้ทางกรมราชทัณฑ์รับทราบตรงนี้ เพื่อที่จะได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ในเรื่องที่ผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ต้องดำเนินการตรวจสอบให้โปร่งใสและเป็นที่ยุติให้ได้

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำกลางบางขวาง จัดทำรายงานเหตุชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปยังส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ เพื่อที่จะได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะได้จัดทำเอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน (Press Release) ในการรายงานข้อเท็จจริงต่อสังคมต่อไป

อ่านข่าว :

ย้อนตำนาน "นักโทษประหาร" แหกคุกไทย ปิดฉาก "แป้ง นาโหนด"

"ร.อ.วิโรจน์" ขอโทษก่อเหตุยิง "สส.กมลศักดิ์" ย้ำไม่เกี่ยวกองทัพ