ราชทัณฑ์สั่งสอบปม "แป้ง นาโหนด" อัดคลิปอ้างถูกกลั่นแกล้ง ปล่อยนักโทษใช้มือถือ

อาชญากรรม
12:20
จำนวนผู้ชม 1,744
Thai PBS
ราชทัณฑ์สั่งสอบปม "แป้ง นาโหนด" อัดคลิปอ้างถูกกลั่นแกล้ง ปล่อยนักโทษใช้มือถือ
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่ง เรือนจำกลางบางขวาง ตรวจสอบหลัง "เสี่ยแป้ง นาโหนด" ให้ญาติแอบอัดคลิปตอนเยี่ยม คาดจุดประสงค์ใหญ่ เจ้าตัวอยากย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เหตุ ระเบียบวินัยเข้มข้นเคร่งครัด ทำอึดอัด

วันนี้ (24 เม.ย.2569) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งการให้เรือนจำกลางบางขวาง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และจัดทำรายงานเหตุทั้งหมด แจ้งมายังกรมราชทัณฑ์ กรณีที่นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ อัดคลิปวิดีโอที่มีเสียงสนทนาภาษาใต้ ส่งออกมาร้องเรียนผู้สื่อข่าว หลังจากที่คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายเรื่อง ขณะถูกควบคุมตัวในขณะนี้

โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ให้ญาติแอบอัดคลิปวิดีโอไว้ ขณะที่กำลังเป็นการเยี่ยมญาติผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ด้วยการวิดีโอคอล ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามที่ญาติ และผู้ต้องขังขณะเยี่ยมญาติทางออนไลน์ ไม่สามารถดำเนินการได้

โดยกรมราชทัณฑ์ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวขณะเยี่ยม และห้ามนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกกรณี ทั้งด้วยตัวเองหรือบุคคลอื่น แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวให้ญาติแอบอัดเสียงไว้แล้วนำมาเผยแพร่

ส่วนเรื่องประเด็นใจความสำคัญ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นการอ้างเรื่องการกลั่นแกล้งผู้ต้องขังของผู้คุมเรือนจำฯ การตัดสิทธิเรื่องการสู้คดีให้ถึงชั้นฎีกา หรือการที่ผู้คุมแดน 1 และแดน 10 ปล่อยให้ผู้ต้องขังใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์นั้น

ประเด็นเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้ได้รับความเป็นธรรมครบถ้วน ทั้งในส่วนของตัวผู้ต้องขังเองที่ได้ร้องเรียน และในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำฯ ที่ถูกกล่าวหา และหากพบว่ามีมูลในกรณีใดก็ตาม จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องมีความคืบหน้า เพื่อรายงานแก่สาธารณะโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม

สำหรับกรณีที่นายเชาวลิต อ้างว่าจะขอย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เพื่อไปอยู่เรือนจำอื่น เช่น เรือนจำกลางคลองเปรม เรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนแล้วไม่สามารถกระทำได้ทันทีหลังจากที่ผู้ต้องขังแสดงความประสงค์ เพราะต้องมีกระบวนการตรวจสอบว่า เหตุใดจึงต้องย้ายเรือนจำ ผู้ต้องขังมีพฤติการณ์อย่างไร มีข้อร้องเรียนอะไรบ้าง มีความน่าวิตกกังวล หรือความปลอดภัยอย่างไรหรือไม่

และยิ่งในกรณีของนายเชาวลิต ที่เคยแหกคุกออกจากสถานคุมขัง ระหว่างรักษาตัวนอกเรือนจำ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อหลบหนีไปได้ ก็ติดอาวุธพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จวบจนสามารถหลบหนีออกไปยังต่างประเทศได้

พฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยผู้ต้องขังอย่างร้ายแรงแล้ว ซึ่งการนำตัวนายเชาวลิตกลับมาคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูง อย่างเรือนจำกลางบางขวาง ก็ถือเป็นมาตรการที่เข้มข้นแล้ว หากจะต้องย้ายเรือนจำฯ อาจจะต้องย้ายไปยังเรือนจำความมั่นคงสูงที่อยู่นอกพื้นที่ ไม่ใช่ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน อาทิ เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เป็นต้น

และด้วยพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจของนายเชาวลิต ทางราชทัณฑ์เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างเข้มข้น เพราะหวั่นเกรงว่าจะเป็นการส่งสัญญาณ ให้กับเครือข่ายพรรคพวกรับทราบหรือไม่ว่าหากเจ้าตัวได้ย้ายเรือนจำจริง อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างเช่น การลอบชิงตัวผู้ต้องขังระหว่างย้ายเรือนจำก็เป็นไปได้ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ คู่ขนานไปกับการรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ต้องขังอย่างเสมอภาค

เบื้องต้นสาเหตุที่เป็นปัจจัยทำให้นายเชาวลิต มีความประสงค์อยากย้ายออกจากเรือนจำกลางบางขวางนั้น จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ผู้คุมของเรือนจำกลางบางขวาง ปฏิบัติหน้าที่เข้มงวด ตามขั้นตอนการดูแลความปลอดภัย และสวัสดิการของผู้ต้องขัง และในข้อเท็จจริง เรือนจำกลางบางขวางถือเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง

หากผู้ต้องขังรายใดมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ มีอิทธิพล ย่อมต้องกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เพื่อไม่ให้สร้างอิทธิพล หรือทำให้ผู้ต้องขังรายอื่นได้รับผลกระทบไปด้วย จึงอาจเป็นไปได้ว่า ระหว่างที่นายเชาวลิตอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำนั้น มีความไม่พึงพอใจที่เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขัน จนสร้างความอึดอัดให้กับเจ้าตัว

ส่วนเรื่องที่อ้างว่ามีการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ในแดน 1 และแดน 10 ของเรือนจำฯ ปกติแล้วในพื้นที่เรือนจำฯ จะมีคอมพิวเตอร์ไว้ให้ผู้ต้องขังใช้ค้นคว้าศึกษาความรู้อยู่แล้ว แต่ต้องไม่ใช่การใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน

ดังนั้น การที่นายเชาวลิต ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาดในแดน 1 และแดน 10 ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบกับเจ้าตัวว่า พบเห็นเรื่องดังกล่าวกับตาของตัวเอง หรือเป็นเรื่องบอกเล่าจากผู้ต้องขังรายอื่น ๆ เพื่อที่เรือนจำฯ จะใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ก็ถือว่าเป็นเบาะแสที่ดี ที่นายเชาวลิตแจ้งให้ทางกรมราชทัณฑ์รับทราบตรงนี้ เพื่อที่จะได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ในเรื่องที่ผิดกฎหมายจริงหรือไม่ ยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ต้องดำเนินการตรวจสอบให้โปร่งใสและเป็นที่ยุติให้ได้

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งการให้เรือนจำกลางบางขวาง จัดทำรายงานเหตุชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไปยังส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ เพื่อที่จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะจัดทำเอกสารข่าวให้สื่อมวลชน (Press Release) ในการรายงานข้อเท็จจริงต่อสังคมต่อไป

อ่านข่าว :

ย้อนตำนาน "นักโทษประหาร" แหกคุกไทย ปิดฉาก "แป้ง นาโหนด"

"ร.อ.วิโรจน์" ขอโทษก่อเหตุยิง "สส.กมลศักดิ์" ย้ำไม่เกี่ยวกองทัพ