คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ-รับจ้าง-บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

เศรษฐกิจ
11:27
จำนวนผู้ชม 230
คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44%  กลุ่มเกษียณ-รับจ้าง-บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง
สนค.เผยผลสำรวจภาระหนี้สินประชาชน พบ ปี 69 เพิ่มขึ้นเป็นร 62.44%  จากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซื้อทรัพย์สิน การลงทุน เผยกลุ่มพนักงานรัฐ เอกชน นักศึกษา มีหนี้ในระบบมากสุด พบรายได้มากกว่า 5 หมื่นบาทมีหนี้มากสุด ส่วนกลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ มีหนี้นอกระบบสูง

วันนี้ (29 เม.ย.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือน ก.พ.2569 จำนวน 6,469 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับภาระหนี้สินของประชาชนและแนวโน้มในอนาคต พบว่า สัดส่วนหนี้สินของประชาชนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 62.44% เพิ่มขึ้นจากผลการสำรวจเดือน ก.พ.2568 ที่ 50.99%

สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น การซื้อทรัพย์สิน และการลงทุน แต่ประชาชนมีแนวโน้มระมัดระวังทางการเงินมากขึ้น จากความไม่แน่นอนของรายได้ และภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสถานะทางการเงินของประชาชน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

ความไม่แน่นอนของรายได้และภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสถานะทางการเงินของประชาชน ซึ่งยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ภาพรวมภาระหนี้สินของประชาชน พบว่า กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาท เป็นกลุ่มรายได้ที่มีสัดส่วนหนี้สินมากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มรายได้ระหว่าง 10,001-50,000 บาท และพบว่า 78.86% เป็นหนี้ในระบบ ส่วน 13.72% เป็นหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ส่วน 7.43 % หนี้นอกระบบ โดยพนักงานของรัฐ พนักงานเอกชน และนักศึกษา เป็นกลุ่มอาชีพที่มีสัดส่วนหนี้ในระบบมากที่สุด

ส่วนกลุ่มเกษียณอายุและไม่ได้ทำงาน และกลุ่มอาชีพรับจ้างและบริการอิสระ เป็นกลุ่มที่มีภาระนี้นอกระบบสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการเข้าถึงการขาดแคลนโอกาส ในการเข้าถึงแหล่งเงินตามกฎหมาย ในขณะที่กลุ่มอาชีพเกษตรเป็นที่มีสัดส่วนหนี้ทั้งสองระบบมากที่สุด เป็นการสะท้อนถึงลักษณะภาระทางการเงินของภาคเกษตรในปัจจุบันที่มีความเปราะบาง โดยกลุ่มที่มีรายได้ระหว่าง 5,000-10,000 บาท เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้นอกระบบ และหนี้ในทั้งสองระบบมากที่สุด

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44%  กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

สำหรับประเภทของหนี้สิน พบว่า 23.23% เป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน และยังเป็นสัดส่วนหนี้สินที่ประชาชนมีสัดส่วนมากที่สุด ตามมาด้วยบัตรเครดิต การผ่อนชำระหรือขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการกู้สหกรณ์ และพบว่า ประชาชนอายุต่ำกว่า 29 ปี มีสัดส่วนหนี้สินจากการผ่อนชำระ และขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเป็นลักษณะที่อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุระหว่าง 20-29 ปี ที่มีสัดส่วนการมีหนี้สินในลักษณะดังกล่าวสูงถึง 27.25%

ในขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนหนี้สินเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินมากที่สุด และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มอาชีพ พบว่า นักศึกษามีสัดส่วนการมีหนี้สิน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากที่สุดที่ 31.55% รองลงมาด้วย หนี้สินจากการกู้ยืมกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จำนวนหนี้สิน ที่มีการผ่อนชำระต่อเดือน พบว่า ในภาพรวมประชาชนส่วนมากมีการผ่อนชำระไม่เกิน 5,000 บาท ต่อเดือน 38.91% ตามมาด้วย ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน 34.59% และการชำระเงิน 10,000-30,000 บาทต่อเดือนที่ 19.29%

และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มรายได้ พบว่า ยิ่งระดับรายได้สูงขึ้น ก็ยิ่งมีแนวโน้มในการชำระหนี้ต่อเดือนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการรับภาระหนี้ และความสามารถในการชำระหนี้ที่แตกต่างกัน ในแต่ละระดับรายได้

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44%  กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

ผอ.สนค. กล่าวถึง สาเหตุของหนี้สินในภาพรวม พบว่า ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ประชาชนมีการสร้างภาระหนี้สินมากที่สุด ตามมาด้วยการซื้อสินทรัพย์ อาทิ ที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ และการสร้างหนี้เพื่อการลงทุน และกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท มีสัดส่วนการสร้างหนี้จากค่าใช้จ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดนอกจานี้ยังพบว่า กลุ่มรายได้ตั้งแต่ 20,001 บาทขึ้นไปเป็นหนี้จากการซื้อสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ส่วนกลุ่มรายได้ ต่ำกว่า 10,000 บาทเป็นหนี้จากค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และรายได้ที่ลดลงมากกว่ากลุ่มรายได้อื่นๆ สะท้อนถึงความเปราะบางทางการเงินและความเสี่ยงในการสร้างหนี้ในอนาคตได้มากกว่า

สำหรับแนวทางปรับตัว ในภาพรวมพบว่า การลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และการหารายได้เพิ่ม ยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการปรับตัวของประชาชน เช่นเดียวกับการสำรวจปี 2568 ตามมาด้วยการวางแผนค่าใช้จ่ายและการลดค่าใช้จ่ายประจำลง เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุมีสัดส่วนความต้องการปรับโครงสร้างหนี้ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินมากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ ในขณะที่การวางแผนค่าใช้จ่าย ได้รับความนิยมในกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 มากกว่ากลุ่มอื่นๆ

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44%  กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

ทั้งนี้คาดว่า ในปี 2569 ประชาชนมีแนวโน้มว่า จะไม่มีการสร้างหนี้ถึง 61.84% สาเหตุเพราะภาระค่าใช้จ่ายประจำและจำเป็น มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอาชีพ พบว่า กลุ่มเจ้าของกิจการมีแนวโน้มการสร้างหนี้สิน เพื่อการประคับประคองธุรกิจหรือกิจการ มากกว่าการสร้างหนี้สินเพื่อการลงทุน ในการขยายกิจการ ขณะที่กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอิสระ มีสัดส่วนมองว่าจะต้องมีการสร้างหนี้สิน เพื่อการชำระหนี้เก่า และรายได้ที่ไม่แน่นอนสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนถึงมุมมองและความกังวลต่อการดำเนินกิจการ การคาดการณ์แนวโน้มการเกษตร และสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในขณะที่กลุ่มอาชีพที่มีรายได้แน่นอน เช่น พนักงานของรัฐและพนักงานเอกชน มีแนวโน้มจะสร้างหนี้สินเพื่อการซื้อสินทรัพย์มากกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ และเมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มรายได้ พบว่า กลุ่มรายได้ระหว่าง 20,001-30,000 บาท มีแนวโน้มจะมีการสร้างหนี้สินในปี 2569 มากที่สุด โดยเฉพาะจากค่าใช้จ่ายประจำและจำเป็นที่เพิ่มขึ้นและการสร้างหนี้เพื่อการซื้อสินทรัพย์ที่สูงกว่ากลุ่มรายได้อื่นๆ

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44%  กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท มีแนวโน้มการสร้างหนี้ในปี 2569 จากรายได้ที่ไม่แน่นอนมากกว่ากลุ่มรายได้อื่นๆ อาจสะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางรายได้ที่เกิดขึ้นในกลุ่มรายได้ดังกล่าว ในขณะที่ กลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 40,001 บาทกลับมีแนวโน้มที่จะไม่มีการสร้างภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้นในปี 2569

ภาระหนี้สินของประชาชน ยังถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศ ผลการสำรวจที่สะท้อนถึงระดับหนี้สินที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความเปราะบางทางการเงินในหลายกลุ่ม ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ผอ.สนค. กล่าวต่อว่า หากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อาจส่งผลต่อภาคการบริโภคและการผลิต รวมถึงความกังวลของประชาชนในการใช้จ่าย ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนที่จะเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44%  กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ รับจ้าง บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องในด้านการดูแลราคาสินค้าและบริการ การบรรเทาภาระค่าครองชีพ การส่งเสริมบรรยากาศการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการ ให้สามารถขยายช่องทางการตลาด และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว :

4 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ หนุนใช้พลังงานสะอาด

แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ขานรับ กนง. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ลดภาระหนี้ครัวเรือน-ภาคธุรกิจ

หนี้ครัวเรือนไทยสูงสุดรอบ 4 ปี เฉลี่ยบ้านละ 7.4 แสนบาท