วันนี้ ( 30 เม.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(พค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม ไทยช่วยไทย X Local Low Cost เป็นการต่อยอดนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลค่าครองชีพประชาชน ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการค้าปลีก และผู้บริโภคในทุกระดับ โดยเฉพาะการขยายโอกาสให้ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง
ดันศก.ฐานราก เชื่อมร้านค้าท้องถิ่น พค.ผุดไทยช่วยไทย X Local Low Cost
กรมฯได้บูรณาการความร่วมมือกับห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย (Supplier) เพื่อร่วมกันลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน โดยคัดเลือกสินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช และซอสปรุงรส เน้นการจำหน่าย ‘สินค้า House Brand และ ‘สินค้าแบรนด์ทางเลือก ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาพิเศษ
ทั้งนี้ ได้มีการเปิดตัวโครงการ ไทยช่วยไทย เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีสินค้าร่วมรายการกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุดกว่า 58% ผ่านความร่วมมือของผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิ Makro, Lotus’s, Big C, Tops และ GO Wholesale ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมไม่ต่ำกว่า 25-58%
นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังได้ขยายความร่วมมือไปยังร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่มีศักยภาพทั่วประเทศ โดยเห็นว่าการจัดงาน Local Low Cost ของสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย มีความสอดคล้องกับแนวทางของกรมฯ จึงได้ร่วมบูรณาการการทำงาน เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้มากยิ่งขึ้น โดยภายใต้กิจกรรมดังกล่าว จะมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60% ผ่านทางค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นขนาดใหญ่ จำนวน 99 แห่ง รวมกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 - 10 พ.ค. 2569 ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ 25-60% และยังเป็นการช่วยเหลือร้านโชห่วยเล็กๆ ในพื้นที่ที่จะมาเลือกซื้อสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายต่อ สร้างกำไรได้มากขึ้น รวมถึงร้านอาหารที่จะได้วัตถุดิบไปปรุงอาหารในต้นทุนที่ลดลง
ร้านค้าท้องถิ่นมีความใกล้ชิดและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้สามารถคัดเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสินค้าโอทอปในพื้นที่ได้นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณารูปแบบการจัดกิจกรรม รายละเอียดโปรโมชัน และระยะเวลาการดำเนินงาน เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ทั้งเชิงนโยบายและเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยกระทรวงพาณิชย์คาดว่า โครงการ ไทยช่วยไทย X Local Low Cost จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย
กรมจะจัดงานทุกไตรมาส ครั้งละ 10วัน โดยไตรมาส 3 จะจัดวันที่ 1-10 ส.ค.นี้ และไตรมาส4 วันที่ 1-10 พ.ย.เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดได้ประมาณ 25-60% เงินสะพัดประมาณ 10-15%
นายพูนพงษ์ฯ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการเรื่องไทยช่วยไทย มีภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ห้างร้าน ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในช่วงเวลาที่เราประสบวิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ในระยะสั้นช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ขณะที่ระยะยาวจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
อ่านข่าว:
พณ.รับเปิดเทอม ลดค่าครองชีพ จัด Back To School 2026 ลดสูงสุด 86%
คนไทยเป็นหนี้สูง 62.44% กลุ่มเกษียณ-รับจ้าง-บริการ หนี้นอกระบบพุ่ง
“ศุภจี” ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต ชูนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ดูแลค่าครองชีพ
