เช็กสิทธิ 2569 ผู้ประกันตน ม.33-39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

สังคม
10:13
จำนวนผู้ชม 55
เช็กสิทธิ 2569 ผู้ประกันตน ม.33-39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ
เช็กเลย! ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ครอบคลุมทั้งคัดกรองมะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ และโรค NCDs แนะดูแลสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงโรคร้ายในอนาคต

วันนี้ (8 พ.ค.2569) น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านอาหารการกิน มลภาวะ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก สำนักงานประกันสังคมจึงมอบสิทธิประโยชน์การตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี 14 รายการ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกัน ดูแล และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

สำหรับสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพที่สำคัญ ประกอบด้วยการคัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) เพื่อตรวจประเมินความสามารถในการรับเสียงเบื้องต้น การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม การตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ ซึ่งรวมถึงการตรวจด้วย Snellen Eye Chart และการวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) เพื่อคัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS) เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน การตรวจการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของไต การตรวจระดับไขมันในเลือด (Total Cholesterol และ HDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (HBsAg) เพื่อคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตลอดจนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear วิธี VIA และการตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และการถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดและหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การตรวจสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเริ่มจากการตรวจประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) กับแพทย์เฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำด้านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย หากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ และแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

ผู้ประกันตนที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรงและเข้าเกณฑ์ "อ้วนทุพพลภาพ" สามารถใช้สิทธิประกันสังคมเข้ารับการรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมถึงการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ซึ่งปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ แพทย์สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพดูแลรักษาได้อย่างครบวงจร เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด มีการติดตามอย่างน้อย 2 ปี ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย โดยสำนักงานประกันสังคมมีสถานพยาบาล ที่ผ่านการประเมินศักยภาพให้บริการผ่าตัดภาวะโรคอ้วนหรือโรคอ้วนทุพพลภาพ จำนวน 66 แห่งทั่วประเทศ ผู้ประกันตน ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้ทางเว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Plus

สำนักงานประกันสังคม ขอเชิญชวนผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ใช้สิทธิการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวัง และลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจในปี 2569 เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการดูแลสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพได้ในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคม เพียงติดต่อสถานพยาบาลเพื่อนัดหมายล่วงหน้า และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงในวันเข้ารับบริการ

อ่านข่าว :

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศยกเลิก 13 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เหตุล้าสมัย

"ชากีรา" ปล่อยทีเซอร์ "Dai Dai" เพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026

จีนสั่งประหารชีวิตรอลงอาญา 2 ปี 2 อดีต รมว.กลาโหม ข้อหาทุจริต