วันนี้ (8 พ.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับชุดลูกเสือและเนตรนารี กลายเป็นอีกหนึ่งภาระสำคัญของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม แม้ที่ผ่านมา รมว.ศึกษาธิการ หลายคน จะออกนโยบายอนุโลมให้นักเรียน ไม่จำเป็นต้องแต่งชุดลูกเสือเต็มรูปแบบ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ในทางปฏิบัติ โรงเรียนส่วนใหญ่ยังคงให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบครบชุดเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจ ร้านขายชุดนักเรียน ย่านสะพานใหม่ กทม. พบว่าชุดลูกเสือและชุดเนตรนารีเต็มรูปแบบ ยังถูกแขวนจำหน่ายตามปกติ
นายชัยรัตน์ คุณากรจิตติรักษ์ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ก่อนเปิดเทอมปีนี้ ผู้ปกครองยังคงพาบุตรหลานมาซื้อชุดลูกเสือครบชุด ไม่มีการลดอุปกรณ์ลง แม้จะมีนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการก็ตาม
- นักเรียนชั้น ป.1 - ป.3 จะใช้เพียงชุดนักเรียนปกติ ร่วมกับผ้าพันคอ วอกเกิล และหมวกลูกเสือ รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 100 บาท
- ชั้น ป.4 - ป.6 นักเรียนต้องใช้ชุดลูกเสือหรือเนตรนารีเต็มรูปแบบ ทั้งเสื้อ กางเกงหรือกระโปรง หมวก ผ้าพันคอ วอกเกิล เข็มขัด และถุงเท้าสีกากีสำหรับนักเรียนชาย ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่า 1,000 บาท
- ระดับ ม.1 - ม.3 ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก เพราะต้องใช้อินธนู พู่ และหมวกลูกเสือแบบใหม่ เพิ่มอีกประมาณ 150 บาท
ผู้ปกครองหลายคนยอมรับว่า ชุดลูกเสือเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่หนักที่สุดช่วงเปิดเทอม แม้บางครอบครัวจะพยายามใช้ชุดส่งต่อจากรุ่นพี่หรือรับบริจาคมา แต่ก็มักเจอปัญหาเรื่องสีซีด ขนาดไม่พอดี หรือรูปแบบไม่เหมือนเพื่อน จนสุดท้ายต้องซื้อใหม่อยู่ดี
ด้าน ครูผู้สอนวิชาลูกเสือ ในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง มองว่า ปัญหาสำคัญคือแนวทางจากกระทรวงศึกษาธิการยังไม่ชัดเจน เพราะแม้จะบอกว่า "หากไม่พร้อมก็ไม่ต้องใส่" แต่เมื่อมีพิธีการหรือกิจกรรมสำคัญ โรงเรียนก็ยังให้นักเรียนแต่งเต็มรูปแบบ สุดท้ายผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องซื้อชุดอยู่ดี พร้อมเสนอให้กระทรวง กำหนดมาตรฐานเดียวกันทุกโรงเรียน และเชื่อว่าการเรียนวิชาลูกเสือไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องแบบ แต่ขึ้นอยู่กับทักษะและกิจกรรมการเรียนรู้มากกว่า
อ่านข่าวอื่น :
"ศุภมาส" สั่งระงับขายกระติกน้ำยี่ห้อดัง 2 รุ่น หลังระเบิดระหว่างใช้งาน
เปิดเทอมสะเทือนกระเป๋า! ผู้ปกครองเร่งหารายได้เพิ่ม รับค่าใช้จ่ายพุ่ง
ครป.จี้รัฐบาลผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใช้ปี 2540 เป็นฐาน
